่สือซุ่ยเสียหน่อย
“เจ้าโกหก! ข้ารู้ว่าเจ้าไปที่นั่นมา! ต่อให้เจ้าไม่ได้ลงมือด้วยตัวเอง แต่เจ้าก็บีบให้เขาต้องตาย!”
หวังเสี่ยวหมิงคิดถึงบ้านหลังเล็กในเมืองเจาเกอหลังนั้น คิดถึงยอดอ่อนของผักกาดขาวที่แห้งเหี่ยวเหล่านั้น พลางกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า “ยี่สิบสามปีแล้ว…เจ้ารู้ไหม? ข้าต้องทุกข์ทรมานแค่ไหนเวลาที่คิดถึงเจ้ากับเจ้าล่าเยวี่ย? ข้าอยากให้เจ้าตาย…แต่ข้าอยากให้เจ้าทุกข์ทรมานมากกว่า!”
จิ๋งจิ่วไม่ได้พูดอะไรอีก
ถงเหยียนกล่าวว่า “ซือเฟิงเฉินจ้างนักฆ่าจากปู้เหล่าหลิน คิดอยากจะลอบสังหารเจ้าล่าเยวี่ย หลังจากเรื่องราวล้มเหลวจึงฆ่าตัวตายเพราะหวาดกลัวความผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับจิ๋งจิ่ว”
“ท่านพ่อบุญธรรมเป็นขุนนางระดับสูงของราชสำนัก ด้วยเงินเดือนและความเคารพยำเกรงจากสำนักเล็กๆ เหล่านั้น ท่านก็สามารถใช้ชีวิตได้ราวกับเซียนแล้ว เหตุใดถึงต้องคอยไล่ตามผู้ยิ่งใหญ่ของสำนักชิงซานอย่างไม่รามือด้วยล่ะ?”
หวังเสี่ยวหมิงเงยหน้าขึ้นมา ทำให้น้ำตาบนใบหน้าถูกความร้อนจากธงสุริยันแผดเผาจนเหือดแห้งไป “เพราะเจ้าล่าเยวี่ยคือหายนะ! ข้าเคยอ่านเอกสารคดีเหล่านั้น กระบี่มิคำนึง…คือกระบี่ที่อาบไปด้วยเลือดจนกลายเป็นสีแดง! ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งจิ๋