งจิ่วมาถึงตรงหน้าข้า วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าก่อน หลังจากนั้นค่อยไปฆ่านาง ส่งพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็ไม่ได้มองจิ๋งจิ่วอีก คล้ายกับว่าจิ๋งจิ่วได้ตายไปแล้ว
เขากล่าวกับถงเหยียนว่า “เห็นแก่ที่เจ้าพูดคุยเป็นเพื่อนข้านานขนาดนี้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า ขอเพียงมอบคันฉ่องฟ้ากระจ่างออกมาก็พอ”
ธงสุริยันประสานเข้ากับยอดฝีมือและเครื่องมือวิเศษของสำนักเสวียนอิน กลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่ปกคลุมทุ่งรกร้างของเขาเหลิ่งซานเอาไว้
เขาจงใจเปิดช่องบนตาข่ายเอาไว้ เพื่อให้ถงเหยียนและศิษย์ของชิงซานผู้นั้นสามารถหนีมาที่นี่ได้
ในเวลานี้ตาข่ายที่ว่านั้นได้ขยายตามตัวเขามาถึงตีนเขาหิมะแล้ว
เขาไม่ชอบที่เหล่าผู้อาวุโสคอยพูดทักท้วง แต่เขาก็ไม่อยากให้ใครมาเห็นตัวเองสังหารศิษย์สำนักชิงซาน
ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าศิษย์ชิงซานผู้นั้นคือจิ๋งจิ่ว
คนสองคนที่เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดบนวิถีหมากล้อมของโลกก็คือจิ๋งจิ่วและถงเหยียน ในอีกแง่หนึ่งแล้ว พวกเขาถือเป็นคนสองคนที่เฉลียวฉลาดที่สุดและมีการตอบสนองรวดเร็วที่สุด
การร่วมมือกันและการที่ละทิ้งอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจก่อนหน้านี้ล้วนแต่คือข้อพิสูจน์
จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้อาวุโส