้จะตายแล้ว ไม่มีเวลาให้ข้าได้คิด”
ถงเหยียนกล่าวด้วยเสียงเรียบเฉยว่า “ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้ข้าคิดเยอะมาก วางแผนเยอะมาก แต่สุดท้ายกลับมิอาจก้าวข้ามเจ้าไปได้ หากเดินอีกเส้นทางหนึ่ง บางทีมันอาจจะพอมีโอกาสอยู่บ้าง”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “สัญชาตญาณก็ถือเป็นการคำนวณอย่างหนึ่ง เพียงแต่ข้ามขั้นตอนตรงกลางไป ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะไม่แม่นยำมากพอ แต่ทิศทางโดยประมาณนั้นไม่มีทางผิด”
ถงเหยียนกล่าวว่า “อย่างนั้นเจ้ามาที่เขาเหลิ่งซานทำไม หรือว่าเป็นเพราะเจ้าคำนวณได้ถึงอะไรบางอย่าง?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้ามาลับกระบี่”
ถงเหยียนไม่เข้าใจความหมายของเขา จึงเหลือบมองดูกระบี่คมจักรวาลที่ลอยนิ่งๆ อยู่กลางอากาศ ในใจครุ่นคิดว่ากระบี่ที่ดีเช่นนี้ยังต้องลับอะไรอีก?
จิ๋งจิ่วมองดูคันฉ่องฟ้ากระจ่าง ไม่ได้พูดอะไร
หลังออกมาจากชิงซาน เขาก็เดินทางไปหลายที่ ทั้งต้าเจ๋อ ค่วงซาน เมืองเจาเกอ ก็เพื่อจะตามหาหินลับกระบี่ที่สมบูรณ์แบบ
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะใช้คันฉ่องฟ้ากระจ่างลับกระบี่ คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายไปๆ มาๆ ก็ยังมาพบกับมัน
จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาถึงได้รู้ว่าที่แท้สิ่งที่ตนเองตามหามาโดยตลอดก็คือมัน
หากว่ากันตามคำพูดของชิงเอ๋อร์ นี่ก็คือพรหมลิข