ิตสินะ?
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เขาก็ยกมือขึ้นมา ก่อนจะลูบไปบนศีรษะของชิงเอ๋อร์
ถงเหยียนเลิกคิ้วขึ้นมา พลางกล่าวว่า “นี่คือดวงจิตวัตถุวิเศษของสำนักข้า ขอสหายโปรดให้ความเคารพด้วย”
ชิงเอ๋อร์รู้สึกจักจี้เล็กน้อย จึงบินไปหลบอยู่ด้านหลังถงเหยียน จากนั้นโผล่ใบหน้าเล็กๆ ออกมา ยิ้มพลางกล่าวว่า “ใช่ๆ จะลูบก็ไปลูบเสี๋ยวเจ่าของเจ้าสิ”
คิ้วของถงเหยียนเลิกสูงขึ้นกว่าเดิม ดูเข้มขึ้นกว่าเดิม แต่เห็นได้ชัดว่ามิใช่กำลังดีใจอยู่
“ข้าพักครู่หนึ่ง”
จิ๋งจิ่วหลับตาเริ่มนอนหลับ
ในป่าที่ดูแห้งแล้งมีลมหนาวพัดหวีดหวิว ในท้องฟ้าที่อึมครึมมีนกไม้บินอยู่หลายตัว เห็นได้ชัดว่านั่นคือเครื่องมือวิเศษของนิกายเสวียนอิน
ภายในทุ่งกว้างรกร้างของเขาเหลิ่งซานมีลูกศิษย์ของนิกายเสวียนอินกระจัดกระจายอยู่หลายร้อยคน ทั้งใต้ดินและบนดินล้วนแต่มีข่ายพลังและตาข่ายเพลิง อีกฝ่ายอาจจะพบที่นี่ได้ทุกเมื่อ
ถงเหยียนและชิงเอ๋อร์สบตากัน คิดในใจว่าคนผู้นี้ช่างใจกล้ายิ่งนัก
……
……
สีแดงบนหน้าผาดูเข้มเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนสีเลือด แต่เหมือนสีที่ใช้สำหรับทามากกว่า
เนื่องเพราะอุณหภูมิที่สูงเป็นอย่างมาก กระทั่งลมก็ยังมีความรู้สึกแห้งแล้ง ดังนั้นหุบเขาที่ทอดตัวยาว