ก
ผู้บำเพ็ญพรตและกองทัพเสินเว่ยที่อยู่ในค่ายต่างอพยพหนีออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและสมณะแพทย์เท่านั้น
สมณะแพทย์ของวัดกั่วเฉิงจำนวนสองร้อยกว่ารูปเดินออกมาจากค่าย นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหิมะ จากนั้นเริ่มสวดมนต์ขึ้นมา
“หวังว่าแม่ของข้า หลุดพ้นจากนรก หลังสิ้นสิบสามปีนี้ อย่าได้ทำบาปหนา อย่าได้พบเจอเส้นทางที่ชั่วร้ายอีก”
“พระพุทธเจ้าทั้งสิบทิศได้โปรดเมตตาข้า รับฟังความปรารถนาที่ข้ามีต่อแม่ของข้า”
“หากแม่ของข้าได้ออกจากแม่น้ำแห่งยมโลกและชีวิตอันต้อยต่ำ ก็ขออย่าได้เป็นผู้หญิงผู้อาภัพอีก”
“ตัวข้าหลังจากนี้ขอสาบานต่อหน้าพระพุทธองค์ ในความทุกข์ยากนับพันนับหมื่น จะช่วยสัตว์โลกผู้ตกทุกข์ได้ยาก จากนั้นถึงกลายเป็นอรหันต์”
……
……
อักขระโบยบินไปถึงริมที่ราบหิมะ
ตัวอักษรที่คล้ายจับต้องได้จริงจำนวนนับไม่ถ้วนเปล่งแสงสีทอง โบยบินขึ้นไปยังขอบฟ้า รวมตัวกลายเป็นรัศมีสายหนึ่ง
รัศมีสายนี้เหมือนกับรัศมีโปร่งใส่ที่อยู่ด้านหลังฉานจึ เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างน้อยพันเท่า คล้ายบดบังไปครึ่งท้องฟ้า
ยิ่งไปกว่านั้นรัศมีแถบนี้มิได้โปร่งใส่ สีของมันเข้มเป็นอย่างมาก ลักษณะของมันดูคล้ายพื้นดิน
ฉานจึลืมตาขึ้นมา สายต