อีกไม่ช้าจะต้องมีคนเสียชีวิตอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้พวกเขาค่อนข้างเป็นกังวลก็คือเมื่อสถานการณ์บนที่ราบหิมะตึงเครียด เหล่าสำนักวิถีมารบนเขาเหลิ่งซานก็มีท่าทีว่าจะออกมาก่อความวุ่นวาย
กั้วหนานซานกล่าวว่า “ได้แต่หวังว่าเหล่าสหายสำนักคุนหลุนจะควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้”
กู้หานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “อาศัยเพียงพวกไร้ประโยชน์นั่นน่ะหรือ? ข้าว่าพวกเราฉวยโอกาสตอนที่ที่ราบหิมะสงบลงชั่วคราว ไปจัดการที่เขาเหลิ่งซานสักครั้ง ขู่ให้เจ้าพวกนั้นมันกลัวเสียหน่อยจะดีกว่า”
“เรื่องนี้ไม่ต้องนับข้าเข้าไปด้วยนะ” ในกลุ่มคนมีเสียงที่ฟังดูอ่อนแรงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
คนอื่นๆ และกั้วหนานซานมองไป พบว่าเป็นจัวหรูซุ่ย สีหน้าจึงดูแปลกใจเล็กน้อย
กู้หานจ้องมองเขาพลางกล่าวว่า “หรือว่าเจ้าจะมองดูพวกมารชั่วอย่างสำนักเสวียนอินมันฉวยโอกาสนี้ก่อความวุ่นวายโดยไม่ทำอะไรเลยอย่างนั้นหรือ”
หนังตาของจัวหรูซุ่ยตกลง เขากล่าวด้วยสีหน้าเฉยชาว่า “ตอนนี้เขาเปลี่ยนชื่อเป็นนิกายเสวียนอินแล้ว ลองดูชื่อนี้สิ เห็นๆ อยู่ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อสู้กับนิกายเฟิงเตา ขนาดเทพดาบยังไม่ร้อนใจ แล้วพวกท่านจะร้อนใจไปทำไม?”
ทุกคนมองดูเขา สายตาค่อน