ลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร
จัวหรูซุ่ยมองดูเจี่ยนหรูอวิ๋น ค่อยๆ เชิดหน้าขึ้นอย่างช้าๆ
เขามิใช่ว่าอยากจะใช้รูจมูกมองดูคนอื่นเพื่อแสดงความดูถูกของตนเอง หากแต่เตรียมจะส่งเสียงอืมออกมา
กั้วหนานซานเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของยอดเขาเทียนกวง เคยได้ยินเสียงอืมของหลิ่วฉือผู้เป็นอาจารย์มาหลายครั้ง ย่อมต้องรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร จึงกล่าวตะคอกว่า “หุบปากให้หมด!”
จัวหรูซุ่ยคิดในใจว่าข้าส่งเสียงอืมก็ไม่จำเป็นต้องเปิดปาก คำพูดประโยคนี้ของศิษย์พี่มีความเกี่ยวข้องกับตนเองหรือไม่นะ?
โหยวซือลั่วพลันมองไปทางที่ราบหิมะ จากนั้นกล่าวว่า “นั่นใครน่ะ?”
ศึกครั้งก่อนจบลงไปไม่ถึงร้อยวัน ในที่ราบหิมะยังคงมีอันตรายอยู่มาก เหตุใดถึงมีคนเดินออกมาตามลำพัง?
การเคลื่อนไหวของคนผู้นั้นดูแปลกประหลาด ไม่ถึงสิบอึดใจ เขาก็เดินจากภูเขาสีดำมาถึงริมที่ราบหิมะแล้ว มองไม่ชัดเลยว่าเขาทำได้อย่างไร
กู้หานกล่าวถาม “คนของสำนักจงโจวหรือ?”
ในความทรงจำของหลายๆ คน มีเพียงวิชาหลบหนีฟ้าดินของสำนักจงโจวเท่านั้นที่จะมีการเคลื่อนไหวที่เลื่อนลอยยากคาดคะเนเช่นนี้
กั้วหนานซานส่ายศีรษะพลางกล่าว “นั่นเหอจาน”
…………………………………………………………………………….