ยลู่รู้ว่าพ่อตาของตนเองเข้าใจผิด จึงรีบกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลู่หมิงค่ะท่านพ่อ เรื่องที่ข้าอยากจะขอร้องนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ลู่กั๋วกงก็ยังไม่รู้สึกสบายใจ เขายิ่งคิ้วขมวดขึ้นพลางกล่าวถามว่า “เรื่องอะไร?”
คุณนายน้อยลู่คิดถึงอีกครอบครัวที่อยู่ไม่ไกล จึงรวบรวมความกล้าขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “ลูกอยากจะขอให้ท่านพ่อช่วยไปพูดกับทางตระกูลจิ๋งหน่อยค่ะ…”
ลู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ก็ไหนบอกว่าจะไม่คุยเรื่องงานแต่งนั่นแล้วมิใช่หรือ?”
คุณนายน้อยลู่ก้มหน้าพลางกล่าว “หลานสาวของข้าคนนั้นถูกตามใจเสียยิ่งกว่าข้าเมื่อในอดีตเสียอีก สองปีนี้เอาแต่ร้องไห้โวยวาย เล่นเอาทั้งครอบครัวต่างวุ่นวายจนไม่รู้จะทำอย่างไร ถึงได้อยากจะให้ทางตระกูลจิ๋งพูดเตือนนางหน่อยค่ะ”
ลู่กั๋วกงกล่าว “ตอนนั้นข้าไปสู่ขอแทนตระกูลจิ๋ง แต่ถูกทางครอบครัวเจ้าปฏิเสธกลับมา แล้วตอนนี้ข้ายังจะไปพูดอะไรได้?”
ลู่หมิงแค่นหัวเราะออกมาพลางกล่าวว่า “บ้านเจ้าแค่เห็นว่าตำแหน่งของจิ๋งซางต่ำต้อย แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าพี่หลีนั้นเป็นถึงพระสหายขององค์ชายจิ่งเหยา ยิ่งไปกว่านั้นเบื้องหลังตระกูลเขาก็มิได้มีเพียงเท่านี้ด้วย”
คุณนายน