้อยลู่ถอนใจพลางกล่าว “ตอนนี้ในเมืองเจาเกอมีใครไม่รู้บ้างว่าตระกูลจิ๋งนั้นมีอาจารย์เซียนที่ยอดเยี่ยมอยู่ แต่ในอดีตพ่อของข้าเคยเรียนหนังสืออยู่ที่เรือนอี้เหมา….”
ลู่หมิงเลิกคิ้วขึ้นมาพลางกล่าว “ถึงแม้เรือนอี้เหมาจะสนิทกับสำนักจงโจวมากกว่า แต่พวกเขาก็มิได้เป็นศัตรูกับชิงซาน แล้วจะมีปัญหาอะไร?”
“แต่ท่านอย่าลืมสิ พี่ชายของข้าแล้วก็ยังมีญาติเหล่านั้น มีใครบ้างที่ไม่มีความสัมพันธ์กับเขาอวิ๋นเมิ่ง?” คุณนายน้อยลู่ยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าว จากนั้นหมุนตัวไปขอร้องอ้อนวอนลู่กั๋วกง “ท่านพ่อ ท่านช่วยไปพูดกับตระกูลจิ๋งให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าให้พี่หลีอย่าได้พบเสี่ยวชีอีก ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้มีแต่จะยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ แน่ค่ะ”
……
……
จิ๋งจิ่วย่อมไม่รู้เรื่องนี้
ความจริงแล้ว เรื่องที่เจวี่ยนเหลียนเหรินเป็นหูเป็นตาให้ราชสำนักเขาก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน
ก่อนออกมาจากวัง ที่เขาบอกกับฮ่องเต้ว่าหากมีเรื่องอะไรก็ให้เจวี่ยนเหลียนเหรินมาบอกตนนั้น เป็นเพราะเขาคิดว่าเจวี่ยนเหลียนเหรินกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียน ไม่ว่าตนเองอยู่ที่ไหนก็น่าจะหาพบ ส่วนเรื่องที่ว่าฮ่องเต้จะให้เจวี่ยนเหลียนเหรินแจ้งข่าวอย่างไร สำหรับเขาแ