ในช่วงเวลาสิบกว่าวันหลังจากนั้น จิ๋งจิ่วเดินทางขึ้นเหนือ หาวิธีรักษาตัวเองไม่หยุด
ในวัดกั่วเฉิง การโจมตีสละชีพของสมณะตู้ไห่ดูคล้ายธรรมดา แต่ในเมื่อเขาเป็นมีดสังหารของนักพรตไท่ผิง เช่นนั้นย่อมต้องไม่ธรรมดา
ในการเดินทางขึ้นไปทางเหนือ จิ๋งจิ่วแทบจะไม่หยุดพัก เขาเพียงแต่กินลมภูเขาไปสองสามคำกับดื่มน้ำค้างไปเล็กน้อย
เขาไม่มีทางรู้สึกเหนื่อย เพียงแต่อยากจะทำเรื่องอะไรให้มันดูเข้ากับทิวทัศน์เท่านั้น เพื่อให้ตัวเองดูคล้ายเซียนมากขึ้น เพราะเคยได้ยินมาว่าเซียนมักจะโชคค่อนข้างดี
เขาตามหาถ้ำของผู้อาวุโสรุ่นก่อนที่ตัวเองจำได้และที่ศิษย์พี่เคยทำสัญลักษณ์เอาไว้ออกมา อีกทั้งเดินทางไปยังเหมืองที่มีชื่อเสียงสองสามแห่ง แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา
เวลาเคลื่อนผ่านไป เขารู้สึกว่ามือขวาของตัวเองดูน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ
ถึงแม้จะรู้ว่านี่เป็นสิ่งที่เขาคิดไปเอง แต่เขาก็ยังไม่อาจยอมรับมันได้
ในคืนวันหนึ่ง เขายืนอยู่ริมผา มองดูหมู่ดาวที่อยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืน ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ว่าถ้าหากเจ้าของสิ่งนั้นที่อยู่ในเมืองเจาเกอไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองได้จะทำอย่างไร?
……
……
ในตอนที่มาถึงเมืองเจาเกอ ช่วงที่ร้อนที่สุดข