เขาถูกฉานจึเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส ต้องใช้เวลานานกว่าจะรักษาจนหายดี ดังนั้นถึงแม้เรือนแห่งนี้จะอยู่ในเขตอิทธิพลของซีไห่ แต่เขาก็ยังไม่กล้าโผล่หน้าออกมา ระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก ใครจะไปรู้บ้างว่าจะมีคนมาหาเขาถึงที่นี่
“นั่นคือลูกของข้า เป็นเพราะเร่งร้อนจะฝึกวิชา เลยธาตุไฟเข้าแทรกจนตาย”
เทียนจิ้นเหริน ‘มอง’ ไปทางโครงกระดูกสีขาวนั้น สีหน้าดูคล้ายโศกเศร้าเป็นอย่างมาก
นั่นอาจจะเป็นเรื่องราวที่ซาบซึ้งหรือเลวร้ายอย่างมากก็ได้ อินซานไม่คิดอยากรู้ เขากล่าวต่อว่า “ข้ามาที่นี่เพื่อถามเจ้าสองสามคำถาม”
“เจ้าเป็นใคร?”
เทียนจิ้นเหรินก้มศีรษะเล็กน้อย เสียงแผ่วเบา ดูระมัดระวังเป็นอย่างมาก คนที่มามีพลังจิตกล้าแข็ง ใจแห่งเต๋าดุจดั่งมหาสมุทร ลึกจนมิอาจประมาณ เหนือไปกว่าสภาวะที่แสดงออกมาในตอนนี้อย่างมาก นี่ทำให้เขาคิดถึงจิ๋งจิ่วเมื่อในอดีตขึ้นมา เขาถึงขนาดมีความรู้สึกว่าพลังจิตของคนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าจิ๋งจิ่วในตอนนั้นเสียอีก
อินซานมองดูเขา ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “เป็นข้าที่ถามเจ้า มิใช่เจ้ามาถามข้า”
เทียนจิ้นเหรินกล่าวว่า “วางข่ายพลังสิบปี ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะทำลายได้ ต่อให้ดวงจิตของเจ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์”
อีกฝ่ายมองภาพลวงตาของเรือนออก หลุดพ้นจากการรบกวนทางจิตของเขา แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำลายข่ายพลังที่แท้จริงได้
อินซานมิได้กล่าวกระไร หากแต่หลับตาลง พลังจิตไหลออกไปจากในร่างกาย
ในอ