ากนั้นกล่าวเสียงเบาๆ ว่า “หากท่านมีเวลา ท่านควรจะไปดูที่เมืองเจาเกอหน่อยนะขอรับ ฝ่าบาททรงค่อนข้างรู้สึกกดดัน….”
จิ๋งจิ่วมองออกไปนอกห้องฌาน
ฮ่องเต้ยืนอยู่หน้าเจดีย์องค์เล็กองค์นั้น มิรู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
……
……
จิ๋งจิ่วให้ฮ่องเต้นำจดหมายฉบับหนึ่งไปยังสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย จากนั้นเริ่มครุ่นคิดถึงเรื่องของฉานจึ
เมื่อหลายปีก่อนตอนที่มาถึงวัดกั่วเฉิง เขาก็รู้ว่าฉานจึไปยังเมืองไป๋เฉิง ในตอนนั้นเขามิได้สนใจอะไรนัก แต่ตอนนี้ภายในวัดกั่วเฉิงเกิดเรื่องใหญ่ตั้งมากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะข่าวคราวของไท่ผิงน่าจะส่งไปถึงทางนั้นแล้ว แต่ฉานจึยังคงไม่กลับมา นี่แสดงให้เห็นว่าทางที่ราบหิมะนั้นเกิดเรื่องใหญ่อย่างแท้จริงขึ้น
เขาให้เจ้าล่าเยวี่ยเชิญผู้อาวุโสของตำหนักแสดงธรรมมา ถึงได้รู้ว่าทางที่ราบหิมะเกิดอะไรขึ้น
“การวิเคราะห์ของเทพดาบในตอนนั้นถูกต้อง หลังจากลูกของราชินีแคว้นเสวี่ยโตขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะสู้กันก่อน เหมือนกับการชิงตำแหน่งจ่าฝูงในฝูงสัตว์อย่างไรอย่างนั้น
รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าผู้อาวุโสตำหนักแสดงธรรมหลุบลึก กล่าวด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลว่า “เมื่อเจ็ดปีในที่ราบหิมะมีความเคลื่อนไหว เทพดาบส่งจดหมายมา ฉานจึจึงรีบเดิน