ากติ่งหู ปอยผมและชายเสื้อของนาง ตัดขาดอากาศ ทำให้ภายในห้องฌานอบอวลไปด้วยความรู้สึกดุดันเกรี้ยวกราด
นางอยากจะใช้ร่างกระบี่ไร้ลักษณ์หลังกำเนิดของตัวเองห่อหุ้มพลังเซียนที่ไหลออกมาจากในยันต์เซียนเอาไว้
ลำแสงส่องทะลุออกมาจากร่องนิ้วของจิ๋งจิ่วกับร่องนิ้วของนาง ส่องสว่างใบหน้าและดวงตาที่เปล่งประกายของนาง
ใบหน้าของนางขาวซีดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดท้ายมิอาจทนไหว กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่ง จึงได้แต่ต้องปล่อยมือ
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “อย่างนั้นข้าไม่ลองแล้วกัน”
วิถีกระบี่ของชิงซานและเพลงกระบี่ของซีไห่เขาล้วนแต่เคยร่ำเรียน แต่ตอนนี้วิชาที่ร้ายกาจที่สุดของเขาคือวิชามารของนิกายเสวี่ยหมัว การใช้วิชามารไปรับมือกับพลังเซียนนั้นต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย?
จัวหรูซุ่ยกล่าว “ต้องรีบเรียกอาจารย์มา”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ส่งข่าวไปแล้ว เจ้าสำนักจะมาถึงพรุ่งนี้”
จัวหรูซุ่ยคิดในใจว่านี่มันก็ผ่านมาสามวันแล้ว เหตุใดอาจารย์ถึงมาช้าขนาดนี้? ต่อให้อาจารย์ขี่กระบี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความช้า มันก็ไม่ต้องใช้เวลาถึงสามวันนี่นา จากนั้นเขาถึงคิดขึ้นมาได้ว่าอาจารย์ปล่อยกระบี่หมื่นลี้ ทำให้จอมมารระดับปรมาจารย์สำนักเสวียนอินบาดเจ