ปแล้ว สมณะตู้ไห่มองเห็นภาพในตอนนั้น
เปลวเพลิงดับลง จิ๋งจิ่วปรากฎกาย ยกกระบี่ที่อยู่ในมือขึ้นมา
ลำแสงใสกระจ่างหายไป ฉีหลินปรากฏกาย เดินไปข้างหน้าหลายก้าว
ในอีกแง่หนึ่งแล้ว มิใช่จิ๋งจิ่วที่เป็นคนแทงฉีหลิน หากแต่เป็นตัวฉีหลินที่พุ่งเข้าไปชนกระบี่
ก็เหมือนกับกระต่ายที่กระแทกเข้ากับต้นไม้ เหมือนคนที่กระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง
ภาพเหตุการณ์นี้ดูค่อนข้างน่าขัน มันหมายความว่าจิ๋งจิ่วได้บรรลุถึงขั้นที่ว่าขยับก็เหมือนมิได้ขยับแล้ว
เรื่องสภาวะนั้นยังไม่ต้องพูดถึง แต่การเคลื่อนไหวแบบนี้มันช่างทำให้คนยากจะจินตนาการได้จริงๆ
ฉีหลินมิได้โกรธเกรี้ยวที่ได้รับบาดเจ็บ ในดวงตาที่ดูลึกลับมิได้มีความเจ็บปวดใดๆ หากแต่ยังคงเฉยชา
“เจ้าคิดว่าแผนการของเจ้าสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ? อย่าลืมเสียล่ะ ข้ายังมิได้โจมตี”
การไล่โจมตีภายใต้เพลิงอรหันต์ที่ปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าเป็นเพียงแต่ไล่ล่าในช่วงแรกเท่านั้น ฉีหลินยังมิได้ทำการโจมตีครั้งที่สามที่สะสมพลังเอาไว้เป็นเวลานาน
จิ่งจิ่วรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เหมือนภูเขายักษ์ประกบเข้าด้วยกันและมิอาจสั่นคลอนได้ เขารู้ว่าอีกฝ่ายใช้ร่างศักดิ์สิทธิ์ของฉีหลินมาผนึกกระบี่คมจักรวาลเอาไว้
ด้วยสภาวะ