ารย์สำนักเสวียนอินมองไปตรงด้านหน้าของอินซาน บนพื้นที่อยู่ตรงหน้าอาสนะมีกระดาษวางอยู่แผ่นหนึ่ง บนกระดาษเขียนตัวหนังสือเอาไว้สองสามแถว
คำพูดเหล่านั้นจิ๋งจิ่วเป็นคนเขียน
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินไม่เข้าใจ ในเมื่อนักพรตไม่กล้าเชื่อคำพูดของเขา เหตุใดถึงยังเอากระดาษแผ่นนี้วางไว้ข้างหน้าอีก?
……
……
พริบตาก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี ในช่วงที่ปีเก่าและปีใหม่บรรจบกัน พลังในฟ้าดินเพิ่มพูน ภายในสวนจิ้งหยวนตกอยู่ในความมืด มองเห็นเพียงดวงตาของเจ้าล่าเยวี่ย
นางมองดูจิ๋งจิ่วอย่างตั้งใจ
จิ๋งจิ่วลืมตา ปลดปล่อยเจตน์กระบี่ ยื่นมือจุ่มลงไปในเจตน์กระบี่แทนหมึก เขียนคัมภีร์บทหนึ่งขึ้นมา
ครั้งนี้เขาไม่ได้เอามือซ้ายจุ่มเข้าไปในคัมภีร์ หากแต่ครุ่นคิดอยู่ครู่ จากนั้นยื่นมือไปดึงตัวอักษรจากในคัมภีร์มาหลายตัว
เสียงผัวะดังขึ้น ฝ่ามือและกำปั้นปะทะกัน
มือซ้ายสว่างวาบขึ้นมา จากนั้นกลับเป็นเหมือนปกติ ในชั่วเวลาเพียงพริบตาได้เกิดการเกิดดับขึ้นรอบหนึ่ง
จิ๋งจิ่วหลับตาลงอีกครั้ง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงจะลืมตาขึ้นมาใหม่ ก่อนจะกล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยที่ไม่รู้มาอยู่ข้างกายตั้งแต่เมื่อไรว่า “ยังได้อยู่”
เจ้าล่าเยวี่ยหมอบกราบเขาลงไป
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า