“ยังคงไม่มีซองแดง”
เจ้าล่าเยวี่ยยิ้มเล็กน้อย จากนั้นกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้าสามารถบรรลุสภาวะได้แล้ว”
จิ๋งจิ่วมองดูนางอย่างเงียบๆ จากนั้นกล่าวว่า “ข้าคิดว่ารอไปอีกหน่อย สักสองสามปี”
เจ้าล่าเยวี่ยไม่ค่อยเข้าใจ
สภาวะขั้นคเนจรระดับต้นของนางอยู่ตัวแล้ว ทั้งใจแห่งเต๋าและเจตน์กระบี่ก็ล้วนแต่ถึงจุดที่สมบูรณ์เต็มที่ เหตุใดถึงต้องรอต่อไป?
จิ๋งจิ่วไม่ได้อธิบาย นางไม่ค่อยพอใจ ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้เขา
……
……
ใต้ต้นไม้บนลานเมฆยังคงมีถาดผลไม้ ถ้วยที่เปื้อนกลิ่นหอมจางๆ ของสุรา กับข้าวยังคงเหลืออยู่เต็มจาน มิอาจเรียกว่าของเหลือได้ด้วยซ้ำ
ไป๋เจ่าเดินไปยังริมผา ทอดตามองดูเมฆที่ลอยไปมาเหล่านั้น ในใจครุ่นคิดว่าในเมื่อมีเพียงศิษย์พี่ที่ชอบกินปลาย่าง อย่างนั้นต่อไปข้าก็จะไม่ทำให้พวกท่านกินแล้ว
ศิษย์พี่ถงเหยียนเก็บตัวมาสองปีแล้ว ไม่รู้ว่ากำลังฝึกวิชาอะไรอยู่กันแน่? จิ๋งจิ่วท่านไปทำอะไรอยู่ที่ไหน?
ตอนที่ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน ในที่สุดนางก็เขียนจดหมายส่งไปชิงซาน จากนั้นก็ได้รับจดหมายตอบกลับจากกู้ชิง กู้ชิงมิได้อธิบายอะไรในจดหมายนัก เห็นได้ชัดว่ากำลังปิดบังอะไรอยู่
นางหมุนตัวมองดูถ้วยสุราและจานผลไม้ที่อยู