บบนี้จะดีกว่า เพราะถึงอย่างไรท่านซือโก่วก็ถือเป็นผู้อาวุโสของข้า ยังไงเขาก็ต้องไม่มีทางปล่อยให้ข้าตายโดยไม่ช่วยใช่ไหมขอรับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เรื่องนี้เจ้าผิดแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องเห็นคนตายแล้วไม่ช่วยล่ะก็ นอกจากชางหลงแล้ว เจ้าหมาตัวนั้นถือว่ามีประสบการณ์ที่สุดแล้ว เพราะพวกมันต่างทำหน้าที่นี้”
หลิ่วสือซุ่ยงุนงงเล็กน้อย กล่าวว่า “คุณชาย ตอนนี้เหมือนท่านจะพูดเยอะกว่าแต่ก่อนนะขอรับ”
จิ๋งจิ่วลุกขึ้นเดินออกไปนอกกระท่อม กล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยที่กำลังมองดูภาพทิวทัศน์หิมะอันน่าเบื่อว่า “ไป”
เขากับเจ้าล่าเยวี่ยเดินออกไปด้านนอกสวนผัก เตรียมจะเดินตามทางขึ้นเขากลับไปยังวัด แต่กลับพบว่าหลิ่วสือซุ่ยเดินตามอยู่ด้านหลัง ดูเป็นธรรมชาติ
“อืม?” จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืมออกมา
“คุณชาย ในเมื่อท่านจะพักอยู่ที่วัดกั่วเฉิงเป็นเวลานาน แล้วจะขาดคนรับใช้ไปได้อย่างไรขอรับ?”
เมื่อคิดถึงช่วงเวลาในอดีตตอนอยู่ที่ชิงซาน อารมณ์ของหลิ่วสือซุ่ยก็ดีขึ้นมาไม่น้อย เขายิ้มพลางกล่าวว่า “จะว่าไปหลังออกมาจากศาลาหนานซงแล้ว ข้าก็ไม่ได้ทำเรื่องเหล่านี้มานานหลายปีแล้ว”
จิ๋งจิ่วครุ่นคิด กล่าวว่า “ก็ดีเหมือนกัน”
ประตูในสวนผักปิดลง
เสียงแอ๊ดดังขึ้น
ค