แต่นางก็ไม่ยอมจัดการกับผมของตัวเอง ดูแล้วยุ่งเหยิงเสียยิ่งกว่าหลิวอาต้า
เขากล่าวว่า “หวีล่ะ?”
ตอนที่ไปจากชิงซานครั้งนี้ เขาไม่ได้ลืมที่จะเอาเก้าอี้ไม้ไผ่ไปด้วย แล้วก็ไม่ลืมที่จะเอาหวีไม้จันทราทิ้งเอาไว้ด้วย
เจ้าล่าเยวี่ยพูดขึ้นมาอย่างสบายๆ “อย่างไรเสียก็ไม่เจอคนอยู่แล้ว”
แต่ว่าตอนนี้ได้เจอคนแล้ว
นางยื่นมือไปคว้าจับน้ำจากอากาศมาลูบไปบนผมสีดำ เส้นผมสะอาดขึ้นมาทันที
“ตามข้ามา”
จิ๋งจิ่วพานางออกมาจากถ้ำ ขึ้นไปยังจุดที่อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขา
กู้ชิงยังคงยืนนิ่งอยู่ริมผาเหมือนรูปปั้น แมวขาวส่ายศีรษะอยู่ด้านหลัง
ณ จุดที่สูงที่สุดบนยอดเขามีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง บนเพดานถูกเจาะเป็นโพรง สามารถรับแสงดาวและพลังธรรมชาติได้
ในตอนนั้นจิ๋งจิ่วก็ใช้กระบี่ท่องทะยานแจ้งเพื่อนยักษ์ที่อยู่นอกทะเลให้ไปคอยจับตาดูตาเฒ่าที่อยู่บนเกาะหมอกจากที่นี่
เขาขยับความคิดเล็กน้อย เรียกกระบี่มิคำนึงออกมาดู
เจ้าล่าเยวี่ยเอามือกุมหน้าอก ถลึงตาใส่เขา
ต่อให้เชื่อใจแค่ไหน แต่การเรียกเอากระบี่ออกมาโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ สำหรับผู้ฝึกกระบี่แล้วก็ยังเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด
สีของกระบี่คำนึงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมจริงๆ
เขาหมุนตัวกลับมามอง