ม่ว่าใครก็ห้ามเข้าไป”
ฟางจิ่งเทียนกล่าว “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หนานว่างหลับตา ไม่ได้สนใจเขาอีก
ฟางจิ่งเทียนจนปัญญา จึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
หนานว่างลืมตามองดูสายลมและก้อนเมฆที่อยู่ด้านนอกรั้ว กล่าวถามว่า “ยันต์เซียน… มีปัญหาหรือ?”
เสียงของจิ๋งจิ่วดังขึ้นที่ด้านหลังนาง “ใช่”
เขามองดูกำปั้นข้างซ้ายของตนเอง ยันต์เซียนอยู่ด้านใน ถึงแม้จะถูกมือของเขากำเอาไว้ แต่ก็ยังคงมีพลังเซียนจางๆ แผ่กระจายออกมาข้างนอกอยู่ตลอดเวลา
ยังดีที่พลังเซียนนั้นจางเป็นอย่างมาก น่าจะมีเพียงเขาและสัตว์เทพบางตัวที่ได้กลิ่นของมัน
ก่อนจะเข้าไปในดินแดนแห่งความฝัน เขาก็เคยทำการคำนวนเอาไว้หลายครั้ง ผลลัพธ์ล้วนแต่ไม่ค่อยดี
ในตอนนั้นเขาก็รู้แล้วว่างานชุมนุมแสวงมรรคาครั้งนี้อาจจะมีปัญหาบางอย่าง จึงได้ให้กู้ชิงกลับไปก่อน
ตอนนี้ดูแล้วเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพียงแต่ในเมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้คิดมากกว่านี้มันก็ไม่มีประโยชน์
เขาผลักประตูห้อง หยิบเอาเก้าอี้ไม้ไผ่ออกมานอน
เมื่อรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวทางด้านหลัง หนานว่างจึงเลิกคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดในใจว่าภาพแบบนี้มันดูไม่เหมาะสม ดังนั้นนางจึงนั่งขัดสมาธิลอยขึ้นไปบนอากา