นรำลึกและความรู้สึกเสียดายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในเวลานี้ทุกคนถึงนึกขึ้นมาได้ว่าเขาก็คือผู้แสวงมรรคาคนสุดท้ายที่ออกมาจากถึงแดนแห่งความฝันของคันฉ่องฟ้ากระจ่าง เพียงแต่คำพูดประโยคนี้มันหมายความว่าอย่างไร ต้องรออะไร?
เหอจานลุกขึ้นยืน มองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวว่า “ข้าใช้ชีวิตอยู่บนทะเลมีความสุขอย่างมาก เจ้าน่าจะให้ข้าได้อยู่ตรงนั้นต่ออีกสักหลายปีนะ”
จิ๋งจิ่วมองดูเขาเงียบๆ พลางกล่าว “ที่นี่ก็มีทะเลและท้องฟ้าเหมือนกัน”
เหอจานกล่าวว่า “แต่ไม่มีคนเหล่านั้น”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ที่นี่ก็มีคน”
เหอจานนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เจ้าพูดมีเหตุผล”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็มองไปทางถงเหยียน
จากนั้นเขามองไปยังคันฉ่องฟ้ากระจ่างที่ดูคล้ายดินน้ำมันที่หยุดหมุนไปแล้ว พลางกล่าวว่า “สักวันข้าจะกลับไปดูที่นั่นอีกครั้ง เจ้าล่ะ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “อาจจะ”
……
……
งานชุมนุมแสวงมรรคาจบลงแล้ว แต่แม่นางชิงเอ๋อร์กลับไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคาต่างเดินออกมาจากถ้ำด้วยตนเอง ออกมาจากหอเล็ก มายังด้านนอกหุบเขาหุยอิน
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตจากหลายสำนักที่รอคอยอยู่ข้างพากันเข้าไปกับสอบถามผู้แสวง