ล้า กำปั้นก็ย่อมต้องแข็งแกร่งดุจค้อนเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างคิดว่าในตอนที่กำปั้นทั้งสองปะทะเข้าด้วยกันจะต้องทำให้เกิดเสียงดังกัมปนาทราวเสียงฟ้าคำรามอย่างแน่นอน แต่ใครจะไปคิดบ้างว่าเสียงที่ดังสะท้อนไปมาในถ้ำหลังจากนั้นจะกลายเป็นเสียง…..
“แคร่ก!”
เสียงแคร่กนี้ดังชัดเจนยิ่งนัก คล้ายกับผลไม้ที่เพิ่งจะเด็ดลงมาถูกเด็กหนุ่มบางคนใช้มือบิมันออกเป็นสองส่วน แล้วก็คล้ายอ้อยสดที่ถูกหักครึ่ง
ความจริงเสียงนี้คล้ายกับเสียงโต๊ะและเก้าอี้ที่ขาดการซ่อมแซมมาเป็นเวลานานถูกคนทับจนหักลงมา
ก็เหมือนกับวัดบนยอดเขาปู้โจวที่กลายเป็นเศษซากปรักหักพังแห่งนั้น
ภายในเสียงแคร่ก กำปั้นของไป๋เชียนจวินถูกกระแทกจนฉีกกระจาย นิ้วมือทั้งห้าขาดสะบั้น อาวุธวิเศษประจำกายแตกออกเป็นชิ้นๆ
พลังอันน่ากลัวอย่างที่อยากจะจินตนาการได้สายนั้นลุกลามขึ้นไปบนแขน กระแทกกระดูกแขนและกระดูกสะบักจนแตกหัก กระทั่งกระดูกซี่โครงตรงหน้าอกก็ยังเกิดเป็นรอยแตกร้าวจำนวนนับไม่ถ้วน
เรียกได้ว่าบดขยี้อย่างย่อยยับ
ไป๋เชียนจวินถูกต่อยจนกระเด็น ลอยไปตกลงในคันฉ่องฟ้ากระจ่างอย่างแรง เลือดสดๆ กระอักออกมาจำนวนนับไม่ถ้วน
ภายในถ้ำตกอยู่ในความเงียบ
ทุกคนมองไปทางจิ๋งจิ่วอย่างตกตะลึง
ทั่วทั้งโลกต่างรู้จิ๋งจิ่วคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวของยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะหลังจากการประลองกระบี่กับจัวหรูซุ่ยครั้งนั้น แต่ไป๋เชียนจวินเองก็เป็นอัจฉริยะที่สำนักจงโจ