ากไปทำไม!”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าไม่เคยแย่ง”
ฮ่องเต้แคว้นฉินตกตะลึง คิดถึงเรื่องราวในช่วงหลายปีนี้ สีหน้าพลันขาวซีดขึ้นมา รู้สึกว่านี่มันไม่มีเหตุผลเลย
“ที่แท้เจ้าก็บ้ามาตั้งแต่แรกแล้ว…เจ้ามันบ้า!”
ผู้บำเพ็ญทุกคนที่มาอยู่ในดินแดนแห่งความฝันในคันฉ่องฟ้ากระจ่างต่างพากันขยันบำเพ็ญเพียรตั้งแต่เด็ก มิกล้าปล่อยเวลาให้เสียไปแม้แต่น้อย
เพราะพวกเขาอยากจะได้รับตำแหน่งและอำนาจสูงสุดและกลายเป็นเจ้าแห่งใต้หล้าที่แท้จริงในท้ายที่สุด เพื่อจะได้รับการยอมรับจากเทวทูต
จิ๋งจิ่วเกิดมาเป็นองค์ชายของแคว้นฉู่ จากนั้นกลายเป็นฮ่องเต้ได้อย่างราบรื่น ตามหลักแล้วจุดเริ่มต้นของเขานั้นดีกว่าผู้แสวงมรรคาคนอื่นเป็นอย่างมาก แต่ว่า…..
เขาไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ!
……
……
“ในอดีตมั่วกงอยู่ห่างจากสวรรค์เพียงนิดเดียว แตกต่างกับข้าก็เพียงนิดเดียวเช่นกัน ข้ากับสวรรค์สูงใกล้เคียงกัน ผ่านมาหลายสิบปี ข้าอยากจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วสวรรค์สูงกว่า หรือว่าข้าสูงกว่ากันแน่”
เมื่อจิ๋งจิ่วกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็ฟันกระบี่ไปทางเทวทูต
เทวทูตมิได้ขยับ สีหน้าเองก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
กระบี่ไม้ที่เบาบางสั่นสะเทือนด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการได้ ส่งเสียงร้องดังหวึ่งๆ เพียงพอที่จะสะบั้นวัตถุที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ได้
แต่ว่ามันไม่สามารถสะบั้นหมอกควันที่ลอยขึ้นมาจากกระถางสัมฤทธิ์ได้
กระบี่ไม้แตกกระจายเมื่อสัมผัสถูกควัน กลายเป็นฝุ่นผง ปลิวกร