ยแล้วจะต้องตายไปจริงๆ โลกนี้มันคงง่ายขึ้นมาก น่าเสียดายที่โลกมันไม่เคยเป็นแบบนั้น”
ฮ่องเต้แคว้นฉินกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “จริงอยู่ที่เจ้าเกือบจะฆ่าข้าได้ ก็เหมือนอย่างจัวหรูซุ่ยในตอนนั้น พรสวรรค์ของพวกเจ้าสูงส่ง ฝีมือแข็งแกร่ง แต่ว่าโง่ไปหน่อย ไม่เข้าใจว่าความโกรธของคนธรรมดานั้นมันไม่มีความหมายใดๆ ต่อใต้หล้า”
อวิ๋นซีกล่าวว่า “บางทีฝ่าบาทอาจจะเป็นฝ่ายถูกต้อง แต่ถ้าฉลาดแล้วต้องใช้ชีวิตต่ำช้า อย่างนั้นมันไม่น่าเบื่อเกินไปหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้แคว้นฉินมองดวงตาเขาพลางกล่าว “แล้วใช้ชีวิตอย่างเจ้ามันสนุกหรือ? เพราะเจ้าลอบสังหารข้าพเจ้า ทั้งลูกศิษย์และสาวกของเจ้าจะถูกข้าพเจ้าฆ่าตาย แบบนี้มันยังมีสนุกอยู่หรือเปล่า?”
อวิ๋นซีจ้องมองดวงตาของเขาอย่างเงียบๆ นิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จู่ๆ พลันกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
เมื่อเห็นภาพนี้ ในดวงตาของฮ่องเต้แคว้นฉินพลันมีสายตาดุร้ายและสะใจปรากฏขึ้นมา
อวิ๋นซีกระอักเลือดออกมาพลางกล่าว “กระหม่อมไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดพระองค์ทรงต้องทำเช่นนี้ด้วย พระองค์ไม่สามารถสังหารคนทั้งโลกจนหมดได้ ต่อให้อาศัยการปกครองที่ป่าเถื่อน มันก็สยบโลกนี้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น มิอาจยืนยาวได้ คนที่เป็นฮ่องเต้ มิใช่ว่าต้องการครองบัลลังค์ตลอดไปหรอกหรือ? พระองค์ก็รู้ว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป แคว้นฉินจะต้องล่มสลายแน่ แต่เหตุใดกลับไม่ยอมกลับใจพ่ะย่ะค่ะ?”
“ดังนั้นเจ้าจึงคิดว่าข้าพเจ้าไม่ก