งประดับอย่างหนึ่ง ใช้สำหรับแสดงตัวตนของตนเอง ไม่ได้เอาไว้ใช้ต่อสู้
เหล่าชาวบ้านที่ถามคำถามก่อนหน้านี้ต่างพากันพยักหน้า ในใจคิดว่าสมแล้วที่เป็นเหล่าอาจารย์ของโรงเรียนหลวงแห่งแคว้นฉี ช่างมีความพิถีพิถัน เพียงแต่….มันก็ยังดูเกะกะไปหน่อย
ลูกศิษย์จำนวนร้อยกว่าคนถูกเชิญเข้าไปในโรงเรียนหลวงของเมืองเสียนหยาง นั่งสนทนาอยู่กับบัณฑิตของแคว้นฉิน แล้วก็ยังมีบัณฑิตจากแคว้นจ้าวและอดีตแคว้นฉู่
การสนทนากลายเป็นการโต้เถียง ทั้งดุเดือดและยอดเยี่ยม แต่ความจริงแล้วเหล่าบัณฑิตจากแคว้นจ้าวและอดีตแคว้นฉู่เหล่านั้นกลับให้ความสนใจสถานที่อีกแห่งหนึ่งมากกว่า
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนต่างมองเข้าไปในหมู่ตำหนักสีดำ
บัณฑิตผู้มีความรู้ทั่วทั้งแผ่นดินต่างกำลังรอคอยอย่างตื่นเต้น พวกเขากำลังรอดูว่าอาจารย์อวิ๋นซีจะกล่อมให้ฮ่องเต้แคว้นฉินล้มเลิกความทะเยอทะยานที่จะรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้หรือไม่
หากอาจารย์อวิ๋นซีล้มเหลว ผ่านไปอีกไม่กี่ปีแผ่นดินนี้ก็จะตกอยู่ในไฟสงคราม
……
……
พระราชวังเมืองเสียนหยางและโรงเรียนหลวงแคว้นฉีคือสองหมู่ตำหนักที่มีสิ่งก่อสร้างเยอะที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า
อวิ๋นซีใช้ชีวิตและสอนหนังสืออยู่ในโรงเรียนหลวงของแคว้นฉีมาเป็นเวลาหลายสิบปี เคยชินกับความยิ่งใหญ่ตระการตา แต่ในตอนที่เดินอยู่ในพระราชวังเมืองเสียนหยาง เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน
ตำหนักสีดำเหล่านั้นเป็นเหมือนกับโขดหินจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตั้งตร