เจียงรุ่ยไม่สามารถคุกเข่าต่อไปได้อีก เขาลงนั่งลงไปกับพื้น เพิ่งจะรู้ความจริงก็ต้องตายเสียแล้ว ไม่ว่าใครก็คงไม่รู้สึกยินดี
สีหน้าของเขาสับสน กล่าวพึมพำกับตัวเองว่า “ข้าไม่อยากตาย จะตายอย่างไรข้าก็ล้วนแต่ไม่ชอบ”
เหอจานกล่าวว่า “หลายปีมานี้ข้าคอยคิดอยู่ตลอดว่าจะฆ่าเจ้าอย่างไร คิดหาวิธีที่จะให้เจ้าตายเอาไว้สิบกว่าวิธี เพื่อที่จะไม่ให้เจ้าตายไปก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้าแล้ว ข้าได้ส่งคนมากมายไปคุ้มครองเจ้า จัวหรูซุ่ยอยากจะฆ่าเจ้า ก็ถูกข้าเสี่ยงไปช่วยเอาไว้ ไม่ง่ายเลยกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ยังไงเจ้าก็ต้องเลือกมาหนึ่งวิธี”
เจียงรุ่ยกล่าวด้วยความรู้สึกหวาดกลัวว่า “ต่อให้เจ้าอยากจะปั่นหัวข้า แต่ปั่นหัวข้ามานานขนาดนี้ก็น่าจะพอแล้ว เหตุใดถึงไม่ฆ่าข้าให้เร็วหน่อย ไยต้องรอจนถึงวันนี้ด้วย!”
“เจ้าเป็นเหมือนจุดทิ้งสมอในดินแดนแห่งความฝันของข้า ขอเพียงเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ความแค้นก็ยังอยู่ ข้าก็จะไม่มีทางลืมโลกแห่งความเป็นจริงนั้น”
เหอจานกล่าวว่า “จนกระทั่งเมื่อครู่นี้ จู่ๆ ข้าพลันพบว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนแต่ไร้ความหมาย เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเก็บเจ้าเอาไว้อีก”
เจียงรุ่ยกล่าวพึมพำว่า “พรสวรรค์ของข้าไม่เลว จิตใจและฝีมือล้วนมี แต่กลับเดินได้อย่างยากลำบากเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นเพราะเจ้าที่คอยขัดขวางข้าอยู่ตลอด”
“ตอนอยู่ที่โลกด้านนอกเจ้าคิดอยู่ตลอดว่าข้าไร้ประโยชน์ เพียงแค่โชคดีเท่านั้น หรือเจ้าคิดว่าอยู่ที่นี่แล้วข้าจะ