แค่โชคดีเหมือนกัน ก็เลยชิงเดินนำหน้าเจ้าได้? เจ้าต้องเข้าใจและยอมรับความจริงในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาเจ้าล้วนแต่ไม่อาจเทียบข้าได้ ได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ เจ้าอยู่ข้างนอกสู้ไม่ได้ อยู่ข้างในก็สู้ไม่ได้เช่นกัน”
“ฮ่าๆๆๆๆ ข้าเพิ่งจะนึกออก เจ้ามันเป็นขันที ความรู้สึกตอนที่ไอ้นั่นของเจ้ามันถูกตัดออกไปเป็นอย่างไรบ้าง? ไม่ว่าข้าจะได้หรือไม่ได้ ของเจ้ามันก็ใช้การไม่ได้!”
เจียงรุ่ยกล่าวดูถูก จู่ๆ ในดวงตาพลันมีแววตาดุร้ายปรากฏขึ้นมา
เขาไม่ได้คิดที่จะลอบโจมตีเหอจาน หากแต่คิดจะฆ่าตัวตาย เสียดายที่ทำไม่สำเร็จ
เสื้อผ้าของเหอจานขยับเล็กน้อย เกิดเป็นเงาหลายสาย คล้ายมิได้ขยับเขยื้อนอะไร แต่ความจริงเขาได้สกัดเส้นลมปราณทั้งหมดของเจียงรุ่ยเอาไว้แล้ว จากนั้นนั่งกลับลงไปบนเก้าอี้ใหม่
เจียงรุ่ยสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวติดๆ ขัดๆ ว่า “ขอโทษ เจ้าก็รู้….ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…ตอนนั้น….ข้าก็คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะลำบากขนาดนี้”
เหอจานไม่ได้สนใจเขา กล่าวอธิบายอย่างราบเรียบว่า “วิชาที่ข้าใช้จะทำให้เจ้าขยับไม่ได้ แต่การรับรู้ของเจ้าจะยิ่งชัดเจนขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังรับรองได้ว่าเจ้าจะไม่มีทางสลบไปด้วย”
การที่ต้องแบกรับการลงโทษที่น่ากลัวของหน่วยสืบสวนและจับกุมเหล่านั้นในสภาพร่างกายที่เป็นแบบนี้ มันจะเป็นความเจ็บปวดแบบไหนกัน?
เจียงรุ่ยกล่าวด้วยใบหน้าขาวซีดว่า “ต้องทำกันถึงขนาดนี้จริงๆหรือ? ข้ากลัวแล้ว ข้าผิดไปแ