ล้ว…เจ้ารีบฆ่าข้าเสียเถอะ”
เหอจานไม่ได้พูดอะไร
เจียงรุ่ยสิ้นหวัง หอบหายใจหนักๆ พลางกล่าวว่า “ข้ายอมรับผิดแล้ว แต่ตามกฎของงานชุมนุมแสวงมรรคา เรื่องที่เกิดขึ้นด้านในมิอาจนำออกไปยังโลกภายนอกได้ เจ้าไม่สามารถเคียดแค้นข้าได้นะ”
เขาไม่ยินดีที่จะแบกรับความเจ็บปวดที่น่ากลัวเหล่านั้น แล้วก็ยิ่งไม่ยินดีที่จะถูกเหอจานคอยตามเล่นงานหลังจากที่ออกไปจากดินแดนแห่งความฝัน
เหอจานยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “จะเป็นไปได้อย่างไรล่ะ? ดังนั้นหลังจากนี้ไม่ว่าเจ้าจะเจ็บปวดอย่างไร ก็อย่าได้คิดแค้นข้า อยู่ด้านนอก…พวกเรายังคงเป็นเพื่อนกันอยู่”
เดิมเจียงรุ่ยได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว คิดในใจว่าด้วยพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของตัวเอง ขอเพียงรักษาใจแห่งเต๋าเอาไว้ ต่อให้จะเป็นการลงโทษที่โหดร้ายแค่ไหนก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้ แต่ในเวลานี้เมื่อเห็นรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเหอจาน จู่ๆ เขาพลันรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมา กล่าวเสียงแหบแห้งเล็กน้อยว่า “เจ้าคิดจะลงโทษข้าอย่างไรกันแน่?”
เหอจานก็ว่า “แล่เนื้อเถือหนังแล้วกัน ขอโทษด้วยนะ ข้ารู้ว่านี่มันไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย”
ใบหน้าของเจียงรุ่ยยิ่งขาวซีด ร่างกายสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย คิดอยากจะกระโจนเข้าไปกอดเท้าของเขาเอาไว้แล้วขอร้องอ้อนวอน แต่กลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้เพียงนิดเดียว
“ภาพมันโหดร้ายเกินไป ข้าคงไม่อยู่ดู เจ้าดื่มด่ำกับมันแล้วกัน”
เหอจานกล่าวจบก็เดินออกจากเหลาสุราไป
ในตอนที่เด