่งกว่าเดิม
“หยดน้ำสามารถทะลุหินได้ หยดยาพิษก็สามารถฆ่าคนได้เช่นกัน แต่แบบนั้นมันช้าเกินไป อีกทั้งยังเหนื่อยด้วย”
เหอจานมองดูก้อนเมฆที่ถูกแสงดาวสาดส่องในท้องฟ้ายามค่ำคืน ก่อนจะถอนใจพลางกล่าวว่า “อยู่แบบนี้มันช่างเหนื่อยจริงๆ”
ภายในดวงตาของไทเฮาเผยให้เห็นสายตาสิ้นหวัง กล่าวว่า “ดังนั้นเจ้าจึงคิดจะให้ข้าไปตาย”
“พระองค์ทรงคิดมากไปแล้ว กระหม่อมเคยรับปากฝ่าบาทว่าจะปกป้องพระองค์ทั้งชีวิต เพียงแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้ว”
เหอจานกล่าวว่า “แต่กระหม่อมยังอยากจะบอกพระองค์ว่าภายในยาที่กระหม่อมต้มให้ฝ่าบาทในตอนนั้น…ไม่มียาพิษอยู่”
ครั้นกล่าวประโยคนี้จบ เขาก็เดินออกไปด้านนอกตำหนัก
ไทเฮามองดูแผ่นหลังของเขา จากนั้นจู่ๆ พลันเกิดความรู้สึกสับสนอย่างมากขึ้นมา จึงตะโกนเสียงดังว่า “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
ฝีเท้าของเหอจานหยุดชะงัก มิได้หมุนตัวกลับมา กล่าวว่า “กระหม่อมเองก็ไม่ทราบ กระหม่อมเพียงรู้สึกเหนื่อย คล้ายไม่ได้นอนหลับสนิทมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว”
ภายใต้แสงดาวที่ทอแสงลงมา ขอบของก้อนเมฆที่อยู่บนท้องฟ้าส่องประกายสีเงิน เสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่เองก็ส่องประกายสีเงินเช่นเดียวกัน
เหอจานเดินออกมาด้านนอกพระราชวังภายใต้การอารักขาของขันทียอดฝีมือหลายสิบคน รองเท้าเหยียบย่ำไปบนพื้นหินที่เย็นยะเยือก ส่งเสียงดังทึบๆ
ก็เหมือนกับอารมณ์ของเขาในเวลานี้
การมองเห็นความจริงในภาพมายาของดินแดนแห่งความฝันคือเป้าหมายในการบำเพ