ใช่?”
เหอจานกล่าวว่า “ตอนนั้นคนชุดดำคิดจะฆ่ากระหม่อม กระหม่อมได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่ได้สติ ได้แต่ต้องมานอนรักษาตัวอยู่ในตำหนักของพระองค์ เหตุใดตอนนั้นพระองค์ถึงไม่ลงมือ?”
ไทเฮาเบือนหน้ามองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ไม่ได้กล่าวอะไร
เหอจานพลันสืบเท้าไปข้างหน้า ยื่นมือออกไปจับใบหน้านางให้หันกลับมา ก่อนจะจ้องมองดวงตาของนางแล้วกล่าวว่า “พระองค์หวาดกลัวกระหม่อม?”
ไทเฮาตะคอกอย่างตกใจและโกรธแค้นว่า “เจ้าคิดจะทำอะไร?”
เหอจานกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “ตอบคำถามกระหม่อม”
ไทเฮาแค่นหัวเราะกล่าวว่า “ขันทีอย่างเจ้า สังหารกษัตริย์เพื่อฮุบอำนาจ ทำให้ราชสำนักวุ่นวาย ตัวข้าอยู่ในวัง ทุกวันตื่นขึ้นมาตอนเช้าไม่รู้ว่าจะอยู่รอดถึงเย็นหรือไม่ แล้วจะไม่ให้ข้ากลัวเจ้าได้อย่างไร?”
เหอจานส่ายศีรษะ “ไม่ ที่พระองค์ทรงหวาดกลัวกระหม่อม เป็นเพราะว่าพระองค์ทรงคิดจะสังหารกระหม่อม”
ร่างกายของไทเฮาสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย
เหอจานคลายนิ้วมือ มองออกไปยังพระราชวังยามค่ำคืนที่อยู่ด้านนอกหน้าต่าง พลางกล่าวว่า “กระหม่อมรู้ว่าพระองค์ทรงแอบดึงเอาแม่ทัพสองสามคนมาเป็นพวก กระหม่อมรู้ว่าพระองค์ทรงติดต่อกับทางเมืองเสียนหยางมาโดยตลอด กระหม่อมรู้ว่าพระองค์ทรงเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ที่แคว้นฉี แล้วกระหม่อมยังรู้อีกว่าในตอนนั้นที่พระองค์ทรงรักษากระหม่อมอยู่ในตำหนัก พระองค์ยังได้วางยาพิษที่มีฤทธิ์อ่อนลงในยาด้วยตัวพระองค์เอง”
สีหน้าของไทเฮาขาวซีดยิ