วุโสในสำนักหนึ่งได้สำเร็จ ในขณะที่กำลังคิดหาทางไปแสวงหาโอกาสในเมืองหลวง ผลปรากฏว่าคืนนี้จู่ๆ เจ้าสำนักก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไป เหล่าลูกศิษย์ในสำนักก็กรูกันเข้ามา จากนั้นจับเขาส่งให้คนชุดดำกลุ่มหนึ่ง พาตัวมายังเมืองหลวง
ตอนที่อยู่ระหว่างทาง เขาทั้งตกตะลึงและหวาดกลัว คาดเดาถึงความเป็นไปได้ต่างๆ นานา แต่กลับคิดหาความเชื่อมโยงใดๆ ไม่ได้ว่าเป็นยอดฝีมือคนไหนต้องการจัดการตนเอง
เมื่อได้ยินเสียงทักทายนี้ เขาก็รวบรวมความกล้าเงยศีรษะขึ้นมา ก่อนจะมองเห็นใบหน้าที่ดูแปลกหน้าไปอย่างสิ้นเชิง หลังงุนงงอยู่ครู่ เขาก็รีบกล่าวถามอย่างถ่อมตนว่า “ขอเรียนถามนามนายท่าน? ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดกับคนป่าอย่างข้าอย่างนั้นหรือ?”
สำหรับเขาแล้ว การที่ชายหนุ่มวัยกลางคนที่หน้าตาอ่อนโยนที่สวมชุดแพรผู้นี้สามารถทำให้สำนักเชื่อฟังได้ถึงขนาดนี้ เห็นทีจะต้องเป็นคนสำคัญที่อยู่ในเมืองหลวงอย่างแน่นอน แต่การที่เขาไม่ได้สังหารตนในทันที น่าจะเป็นเพราะเขาต้องการใช้งานตัวเอง อย่างเช่นให้ตนเองไปลอบสังหารศัตรูที่อยู่ในราชสำนักอะไรทำนองนั้น
“ที่แท้เจ้าลืมไปหมดแล้ว”
เหอจานยิ้มเย้ยหยันตนเอง “เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าจะเล่านิทานให้เจ้าฟังเรื่องหนึ่ง”
ในนิทานเรื่องนั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้บำเพ็ญพรตไร้สำนักสองคนที่ค่อนข้างมีพรสวรรค์ได้มาพบเจอกันที่ด้านนอกหุบเขาแห่งหนึ่ง จากนั้นก็กินปลาย่างด้วยกันตัวหนึ่ง…..
ห