่าเจ้าจะเป็นผู้นำผู้คนได้?”
“หากเป็นโลกด้านนอก เมื่อข้าบำเพ็ญเพียรจนถึงทะลวงสวรรค์ขั้นสูงสุด อยากฆ่าใครก็ฆ่า ในเมื่อสำนักจงโจวของพวกเจ้าเป็นผู้นำฝ่ายธรรมะ ทำไมถึงไม่ไปฆ่าเจี้ยนซีไหลล่ะ?”
จัวหรูซุ่ยเดินหน้าเข้าไป ถ่มน้ำลายที่มีเลือดปะปนลงไปบนพื้นคำหนึ่ง ก่อนจะกล่าวถามอย่างเหนื่อยล้าว่า “ถามคำถามแบบนี้ออกมาได้ เจ้าปัญญาอ่อนหรือไง?”
สีหน้าไป๋เชียนจวินแปรเปลี่ยนเล็กน้อย พยายามฝืนบังคับความโกรธเอาไว้ ก่อนกล่าวถามว่า “บอกข้ามาว่าจิ๋งจิ่วอยู่ที่ไหน?”
จัวหรูซุ่ยยิ่งรู้สึกแปลกใจ กล่าวว่า “ถามคำถามนี้กับข้า หรือเจ้าจะปัญญาอ่อนจริงๆ?”
เมื่อกล่าวประโยคนี้จบ เขาก็ฟาดฝ่ามือไปยังกลางศีรษะ ตายไปทั้งแบบนี้
จากนั้นเขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมาตรงริมคันฉ่องฟ้ากระจ่าง
ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่อาทิตย์อัสดงพอดี แสงสีแดงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าตกกระทบลงบนคันฉ่องฟ้ากระจ่างที่กำลังหมุนอย่างช้าๆ สายน้ำที่กำลังไหลอยู่เหล่านั้นดูคล้ายโลหิตอย่างไรอย่างนั้น
สายตาของผู้บำเพ็ญพรตสิบกว่าคนมองมายังเขา บ้างก็เคารพยำเกรง บ้างก็อิจฉาเคียดแค้น
ในโลกใบนั้น จัวหรูซุ่ยสังหารคนไปเยอะที่สุด ฝีมือน่ากลัวที่สุด กระทั่งตอนตายก็ตายอย่างห้าวหาญที่สุด
จัวหรูซุ่ยมิได้สนใจสายตาเหล่านี้ เขามองดูสายน้ำสีเลือดและภูเขาสีแดงที่อยู่ในคันฉ่องฟ้ากระจ่าง นิ่งเงียบไปครู่ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
อาจจะรู้แจ้งอะไรขึ้นมาได้ อาจจะตัดบางอย่างไม่ขาด อาจ