ล้อมโจมตีที่โหดร้ายเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดนี้ดำเนินอยู่ครึ่งวันเต็ม
ทุกที่ภายในตำหนักเต็มไปด้วยซากศพและลูกธนูที่แตกหัก
ยอดฝีมือของทางแคว้นฉินตายไปร้อยกว่าคน จัวหรูซุ่ยเองก็ไม่ไหวแล้ว
“ข้าไม่ใช่ว่าไม่ไหว เพียงแค่รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย หลายวันนี้นอนไม่พอ”
จัวหรูซุ่ยนั่งอยู่บนพื้น ด้านหนึ่งก็พูดไป ด้านหนึ่งก็ส่งเสียงไอออกมา
ทุกครั้งที่ไอออกมา เลือดที่อยู่บนตัวเขาจะกระเซ็นออกมาเล็กน้อย ยิ่งทำให้เขาดูดุร้ายน่ากลัว
ไป๋เชียนจวินมองเขาพลางกล่าวเย้ยหยันว่า “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นมือสังหารจริงๆ อย่างนั้นหรือ ต่อให้เจ้ายังจำเรื่องราวที่ด้านนอกได้ แต่สุดท้ายเจ้าก็ยังหลงทางอยู่ดี”
จัวหรูซุ่ยกล่าว “ของข้ามันยังเล็กน้อย แต่เจ้านี่สิดันคิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้จริงๆ นี่มันก็เป็นการลิขิตแล้วว่าเจ้าจะไม่มีอนาคตใดๆ”
ไป๋เชียนจวินกล่าวเสียงต่ำว่า “สำนักชิงซานนั้นฝึกฝนแค่ตัวบุคคล แต่สำนักจงโจวของข้ากลับยินดีที่จะนำพาเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดก้าวไปข้างหน้า นี่ต่างหากถึงจะเป็นผู้นำที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือว่าโลกด้านนอก ประวัติศาสตร์ก็ล้วนแต่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอย่างไหนกันแน่ถึงจะเป็นมหามรรคาที่แท้จริง”
จัวหรูซุ่ยกล่าวว่า “ถ้าไม่เป็นเพราะคันฉ่องฟ้ากระจ่างจำกัดสภาวะเอาไว้ ข้าคงจะฆ่าเจ้าไปนานแล้ว หรือเจ้ายังคิดจะไปนำเผ่าหมิงอีก?”
ไป๋เชียนจวินยิ้มเยาะพลางกล่าว “หรือสภาวะสูงส่งแล้วจะทำอะไรก็ได้? หรือเจ้าคิดว