อาไว้อย่างเห็นได้ชัด
ไป๋เจ่านิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ท่านคาดเดาได้อย่างไร?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “คาดการณ์มิใช่คาดเดา”
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “แต่สุดท้ายท่านก็ยังคาดการณ์ผิดพลาด”
จัวหรูซุ่ยที่อยู่ข้างๆ พยักหน้าอย่างจริงจัง
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “หากเจ้าไม่มา บางทีเขาอาจจะมา แต่แน่นอนว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แน่นอนเช่นกัน”
ไป่เจ้าคิดถึงตอนที่ตนเองถกเถียงกับศิษย์พี่อยู่ในตำหนักของเมืองเสียนหยาง จึงนิ่งเงียบไปครู่ก่อนกล่าวว่า “หากเขามา พวกท่านคิดจะทำอะไร?”
จัวหรูซุ่ยกล่าวด้วยความรู้สึกประหลาดใจ “หรือพวกข้ายังต้องเชิญเขากินข้าว? ก็ต้องตัดหัวเขาน่ะสิ”
ไป๋เจ่ามองเขาพลางกล่าวว่า “ท่านแน่ใจหรือว่าพวกท่านจะฆ่าเขาได้?”
“ข้าแข็งแกร่งมาก” จัวหรูซุ่ยกล่าว “อีกทั้งที่นี่ไม่ใช่เสียนหยาง เขาไม่มีทหารหุ้มเกราะสามพันนายมาเป็นกระดอง จะต้องตายอย่างแน่นอน”
คำพูดประโยคนี้มิได้มีการเอ่ยถึงใคร แต่เขาและไป๋เจ่าต่างทราบดี นั่นก็คือจิ๋งจิ่วเองก็แข็งแกร่งอย่างมาก
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “ตอนนี้ข้ามาแล้ว พวกท่านฆ่าข้าได้”
หากนางเป็นเพียงเจ้าหญิงตกยากของราชวงศ์ก่อน การสังหารนางย่อมไม่มีความหมายใดๆ แต่หากนางเป็นเพียงองค์หญิงตกยากจริงๆ เหตุใดขุนนางของแคว้นฉินเหล่านั้นถึงต้องเชื่อฟังนางด้วย?
จิ๋งจิ่วคิดได้นานแล้ว การเดินหมากของแคว้นฉินน่าจะเป็นแผนการของนางและถงเหยียน ในช่วงหลายปีมานี้ กลยุทธ์ในการบุกลงใต้ของแคว้นฉินน่าจะเป็นฝีมือของนา