ื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็หมุนตัวเดินออกไปด้านนอกท้องพระโรง สายลมแผ่วเบาพัดโชยแขนเสื้อที่ว่างเปล่าและเส้นผมของเขา ด้านในเผยให้เห็นผมสีขาวที่แซมขึ้นมาหลายเส้น
ร่างของจัวหรูซุ่ยหายไปในแสงแดดยามเช้า ภายในท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบ
ไป๋เจ่าเดินไปอยู่ตรงหน้าจิ๋งจิ่ว มองดูดวงตาเขาพลางกล่าวถามว่า “วิธีการที่เขาพูดหมายถึงอะไร?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าฉลาดขนาดนี้ น่าจะเดาได้”
คนที่เข้าใจเรามากที่สุดมักจะมิใช่คนรักของเรา แล้วก็มิใช่ศัตรูทุกคนของเรา หากแต่เป็นคนที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเราได้เหล่านั้น
ในดินแดนแห่งความฝันของคันฉ่องฟ้ากระจ่าง คนที่คาดเดาความคิดของจิ๋งจิ่วได้เป็นคนแรก อีกทั้งยังมีความสามารถขัดขวางไม่ให้เขาเดินตามแผนการที่วางเอาไว้ก็คือถงเหยียน
ในปีนั้นจิ๋งจิ่วยอมที่จะเสียชางโจวให้แก่แคว้นฉินเพื่อที่จะสังหารถงเหยียน ก็ด้วยเพราะอยากจะยื้อเวลา
เขายื้อเวลามาได้สิบปี แต่น่าเสียดายที่มันยังไม่สำเร็จ
ไป๋เจ่าเผยให้เห็นสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ นางกล่าวว่า “ท่านคิดจะบรรลุสภาวะที่นี่?”
จิ๋งจิ่วไม่ได้พูดอะไร หากแต่หมุนตัวเดินไปด้านหลังตำหนัก
ไป๋เจ่าตามอยู่ด้านหลังเขา กล่าวว่า “นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้….ต่อให้ท่านเป็นคนที่อัจฉริยะที่สุดในโลกที่ไม่ยินยอมเดินบนเส้นทางปกติ แต่กฎมันก็ต้องเป็นกฎ”
จิ๋งจิ่วยังคงไม่กล่าวกระไร เขาเดินมาถึงห้องนอน ถอดเอาที่รัดผมออก ก่อนจะนั่งลงไปบนตั่งแล้วหยิบ