ร
……
……
เรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องเล็ก แคว้นฉู่ล่มสลายต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่
เดิมจิ๋งจิ่วก็เป็นฮ่องเต้ปัญญาอ่อนที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งตอกย้ำถึงสถานะราชาปัญญาอ่อนของเขา และฉายาที่เขาไม่มีทางสลัดหลุดได้ก็คือราชาแห่งแคว้นที่ล่มสลาย
คนแคว้นฉู่ถนัดเรื่องบทกวี เพียงพริบตาก็มีบทเพลงและบทกวีที่ด่าทอเขาปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมาก บทกวีเหล่านั้นงดงามยอดเยี่ยม เร่งเร้าอารมณ์และกระแทกกระทั้นความรู้สึกเป็นที่สุด กระทั่งโรงเรียนหลวงของแคว้นฉีที่อยู่ห่างไกลก็ยังเขียนฟู่[1]ป่าวประกาศความผิดของเขาเอาไว้หลายบท เปรียบเปรยแคว้นฉู่กับแคว้นจ้าว
สิ่งที่ทำให้คนตกใจมากกว่านั้นก็คืออวิ๋นซีกลับมิได้มีแนวคิดเช่นนี้ ในทางกลับกัน เขากลับให้คำวิจารณ์ฮ่องเต้แคว้นฉู่เอาไว้ดีมาก เรียกได้ว่าเป็นการกล่าวชมเชย
คณะทูตจากแคว้นฉินได้แอบกลับไปยังเสียนหยางอย่างเงียบๆ
ผ่านไปอีกหลายสิบวัน ท่ามกลางฝนในฤดูใบไม้ร่วงที่ตกลงมา จิ้งอ๋องพากองทัพแคว้นฉินมายังเมืองหลวงของแคว้นฉู่เพื่อเตรียมรับมอบงานต่างๆ ของราชสำนักอย่างเป็นทางการ
ในเวลานี้เอง ผู้คนที่อยู่นอกเมืองพลันเห็นควันสีดำสายหนึ่งลอยขึ้นมาจากในเมือง ดูทิศทางแล้วน่าจะเป็นพระราชวัง
เบื้องหน้ามหาบัณฑิตโจวกลายเป็นสีดำ ก่อนจะเป็นลมสลบไป
จิ้งอ๋องหรี่ตา ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
ถูกต้อง ในช่วงเวลาที่ฝนในฤดูใบไม้ร่วงโปรยปรายลงมาไม่หยุด ไฟที่มหาบัณฑิตเฉินและเจ้ากรมจินในอดีตจุด