่นตระหนกและสิ้นหวัง
เหล่าชาวบ้านยืนอ่านประกาศอยู่ที่หัวถนน สีหน้าด้านชาและสับสน สายตาของเจ้าหน้าที่ในราชสำนักและหน่วยงานต่างๆ เหม่อลอย ไม่รู้ว่ากำลังมองไปทางไหน เหล่าบัณฑิตในสำนักปัญญาชนก็มิได้ฮึกเหิมเหมือนอย่างแต่ก่อน หากแต่ถือม้วนหนังสือทอดตามองออกไปคล้ายวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง ไม่รู้กำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
ทว่าการค้าของหอนางโลมกลับคึกคักเป็นอย่างมาก ทุกคืนภายในหอที่อยู่ริมทะเลสาบจะส่องสว่างไปด้วยแสงไฟ ทุกที่เต็มไปด้วยผู้คน
ในขณะที่อาณาจักรกำลังล่มสลาย เมื่ออยู่ต่อหน้าความเศร้าโศกและความสิ้นหวัง จึงได้แต่ต้องร้องรำทำเพลงทุกคืน ได้แต่ต้องร่ำสุราจนเมามาย เรื่องเหล่านี้คล้ายจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับคนแคว้นฉู่
นกชิงเหนี่ยวบินมาจากทางท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองหลวง มันก้มลงมองดูผู้คนและภาพอันแปลกประหลาดเหล่านี้ ก่อนจะบินเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของพระราชวัง
ภายในตำหนักไม่ได้จุดไฟ มืดสลัวเป็นอย่างยิ่ง สามารถมองเห็นแสงไฟในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่อยู่ด้านนอกพระราชวังได้อย่างชัดเจน
นกชิงเหนี่ยวเดินมายังปลายตั่ง มองดูดวงตาของจิ๋งจิ่วพลางกล่าวว่า “เจ้าไม่มีเวลาแล้ว”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม ไม่ได้พูดอะไร
หากไม่มีแคว้นอื่นๆ อย่างแคว้นฉิน แคว้นจ้าวและแคว้นฉี คนแคว้นฉู่จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย แต่เมื่อมีศัตรูรายล้อมอยู่รอบด้าน เช่นนั้นก็ย่อมต้องมีปัญหา
หากมหาบัณฑิตจางยังมีชีวิตอยู่ วันนี้อาจจะมาถึ