ว แต่ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนแต่ถูกทุกคนมองเห็นแล้ว
ไม่ว่าใจของผู้บำเพ็ญพรตจะสงบนิ่งเพียงใด เมื่อเห็นแสงไฟตามบ้านเรือนที่อยู่ในภาพ และคิดถึงความสุขเศร้าพบจากในช่วงเวลาสามสิบวันที่ผ่านมา พวกเขาก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเช่นกัน
ขอบตาของเซ่อเซ่อเปียกชื้นขึ้นมา แต่กลับไม่รู้ว่าน้ำตานั้นไหลออกมาเพราะจิ๋งจิ่วและมหาบัณฑิตจาง หรือไหลออกมาด้วยเหตุผลอื่น
ถงเหยียนยืนอยู่ริมผาที่ไกลออกไป คิดถึงคำพูดประโยชน์สุดท้ายที่จิ๋งจิ่วพูดประโยคนั้น นิ่งเงียบเป็นเวลานาน
เหล่านั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่จริง
ในการแสวงหาวิถีธรรม ผู้บำเพ็ญพรตล้วนแต่เคยได้ยินคำพูดทำนองนี้ อาจจะมาจากอาจารย์ อาจจะมาจากเพื่อนร่วมสำนัก เพียงแต่พวกเขาไม่ได้กล่าวอย่างเด็ดขาดและมั่นใจเหมือนอย่างจิ่งจิ่ว
เมื่อฟังคำพูดทำนองเยอะเข้า ผู้บำเพ็ญพรตหลายคนมักจะเกิดความรู้สึกเข้าใจผิดบางอย่าง การแยกแยะสิ่งลวงตาให้ออกจะทำให้สัมผัสกับความเป็นจริงและตัดขาดจากอารมณ์ได้ แต่ก็เหมือนอย่างที่จิ๋งจิ่วว่าเอาไว้ บนโลกมีเรื่องราวมากมายที่เดิมทีก็มิได้เกี่ยวข้องกับจริงปลอม ใครจะไปตัดอารมณ์ความรู้สึกได้จริงๆ? หรือพูดอีกอย่างก็คือ เหตุใดต้องตัดอารมณ์ความรู้สึก?
ด้านหลังหน้าผามีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา ถงเหยียนเหลียวหน้าไปมอง พบว่าเป็นศิษย์สำนักอู๋เอินเหมินที่ตัวผอมดำคนนั้น จึงถามออกไปทันทีว่า “เจ้าคิดอย่างไรเรื่องคำพูดของคุณชายของเจ้า?”
หลิ่วสือซุ่ยตกใจ ในใจครุ่นคิดว