ถามว่า “เป็นแบบนั้นจริงๆ หรือ? เพียงแค่นั้นจริงๆ หรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แน่นอน”
ชิงเอ๋อร์มุ่ยปาก กล่าวว่า “บางทีอาจจะเป็นเช่นนั้น…แต่ข้าก็ยังคิดว่าการที่เจ้าลงมือนั้นมีส่วนเกี่ยวของกับมหาบัณฑิตอยู่”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น”
ดวงตาของชิงเอ๋อร์เป็นประกายขึ้นมา กล่าวว่า “มหาบัณฑิตผู้นั้นมีอะไรแตกต่างจากผู้อื่นหรือ? สำหรับเขาแล้วเจ้าคือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง สำหรับเจ้าแล้ว…เอาล่ะ เขาอาจจะมีอยู่จริง…ไม่สิ ในเมื่อเจ้าจะออกไปจากดินแดนแห่งความฝัน ยิ่งไปกว่านั้นชีวิตนี้อาจจะไม่กลับมาที่นี่อีก หรือต่อให้กลับมาก็ไม่มีทางได้เจอเขาอีกเช่นกัน อย่างนั้นสำหรับเจ้าแล้ว เขาเองก็คือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงนี่นา?”
ในคำพูดประโยคนี้มีความจริงและไม่จริงอยู่มากมายจนแยกไม่ออกแล้วว่าอะไรจริงไม่จริง
ชิงเอ๋อร์จ้องมองดวงตาของเขา “จากที่เจ้าเคยบอกมา ทุกคนที่จากไปแล้วไม่กลับมาอีกล้วนแต่เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เช่นนั้นเหตุใดเจ้าถึงต้องทำแบบนี้?”
จิ๋งจิ่วมองดูตะเกียงไฟที่ดูสลัว กล่าวว่า “เพราะโลกนี้มีหลายเรื่องที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับจริงหรือไม่จริง”
……
……
ด้านนอกหุบเขาหุยอินตกอยู่ในความเงียบ
ฉากลำแสงบนท้องฟ้ายังคงหยุดอยู่ที่ภาพนั้น
แสงไฟสลัวในท้องพระโรงค่อยๆ เลื่อนห่างออกไป แสงไฟภายในเมืองหลวงส่องสว่าง ทหารม้าควบม้าวิ่งไปบนพื้นอิฐ เสียงร่ำไห้ค่อยๆ เบาลง
ไม่มีใครได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้ของชิงเหนี่ยวและจิ๋งจิ่