ในการประชุมวันนี้ มหาบัณฑิตเฉินนั้นอยากจะรู้ว่าข่าวลือนี้เป็นจริงหรือไม่ และแน่นอนว่าไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหนเขาก็ได้เตรียมตัวเอาไว้แล้ว
ต่อให้ฝ่าบาททรงเป็นผู้ที่บำเพ็ญเพียรเพื่อจะบรรลุกลายเป็นเซียนที่มีสภาวะสูงส่งจริงๆ แต่เขาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของแคว้นฉู่ได้!
จิ๋งจิ่วย่อมไม่มีทางตอบคำถามนี้
ขันทีน้อยผู้นั้นเฉลียวฉลาดเป็นยิ่งนัก เขาฝืนสะกดความตื่นเต้นภายในใจเอาไว้ กล่าวตะคอกออกไปว่า “รับราชโองการ? ฝ่าบาททรงไม่ได้มีพระราชโองการ ท่านรับราชโองการของใคร!”
เสียงของขันทีน้อยเล็กแหลม เนื่องเพราะตื่นเต้นแล้วก็แหบพร่าเล็กน้อย เสียงของเขาฟังดูแล้วจึงเหมือนกับเสียงไก่ตัวผู้ที่ถูกคนบีบคอ ฟังดูแย่เป็นอย่างมาก
เสียงที่ฟังดูแย่นี้ดังสะท้อนไปมาในท้องพระโรงอันกว้างขวาง มหาบัณฑิตเฉินสีหน้าตกตะลึงไปเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร
จิ๋งจิ่วไม่คิดจะปล่อยให้เรื่องที่น่าเบื่อเช่นนี้ดำเนินต่อไป เขามองดูเหล่าขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงพลางกล่าวว่า “มหาบัณฑิตจาง คือคนที่ข้าพเจ้าเลือก พวกเจ้าเล่นงานเขาก็เหมือนเล่นงานข้าพเจ้า”
คำพูดประโยคนี้หยาบกระด้าง ไร้ซึ่งรสชาติ แล้วก็ดูไม่เข้ากับลักษณะท่าทางที่เหล่าขุนนางควรจะมี ดูเหมือนการพูดจาของหญิงสาวที่อยู่ในโลกภายนอกมากกว่า
เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มิได้รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับรู้สึกขำขัน ขุนนางบางคนถึงขนาดหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ
จิ๋งจิ