กว่าวันๆ ข้าเอาแต่นอนอยู่ที่นี่ คนที่อยู่ด้านนอกหุบเขาหุยอินดูจนเบื่อแล้ว”
“แต่ภาพเหตุการณ์สังหารในท้องพระโรงอย่างวันนี้ พวกเขาชอบดูมากที่สุด ข้าก็ไม่ได้ฉายออกไป ไม่รู้ว่าโดนต่อว่ามากน้อยเท่าไร”
“การที่ไม่สามารถมองเห็นภาพเหตุการณ์ได้ บางทีอาจจะตื่นเต้นมากกว่า”
“มีเหตุผล มิน่าถึงมีคำชมไม่น้อย”
“ไม่ต้องขอบคุณ”
“เจ้าเองก็ไม่ต้องเกรงใจ”
ชิงเอ๋อร์กล่าวอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “ต่อไปอย่าให้ข้าเป็นคนส่งสารอีก ถ้าเกิดทำให้ท่านนักพรตไป๋สงสัยขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าจะระวัง”
แสงไฟสีเหลืองส่องไปบนร่างกายของเขา
เพราะฆ่าคนในตอนกลางวัน ใบหน้าของเขาจึงค่อนข้างขาวซีด สีหน้าดูเหนื่อยล้า ผมสีดำปรกลงบนบ่า เกิดเป็นความงามที่ดูหงอยเหงาซึมเซา
เมื่อเห็นภาพนี้ ชิงเอ๋อร์ดูเหม่อลอย หลังจากนั้นครู่หนึ่งถึงได้สติขึ้นมา ก่อนกล่าวอย่างตกใจว่า “เจ้าจุดไฟอย่างนั้นหรือ?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม
น้อยครั้งนักที่ในท้องพระโรงนี้จะจุดไฟ จนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อน มหาบัณฑิตจางมาเยือนครั้งหนึ่ง ถึงได้มีไฟตะเกียงลุกขึ้นมา
ชิงเอ๋อร์คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน ก่อนจะกล่าวถามว่าไม่เข้าใจว่า “เจ้ามุ่งบำเพ็ญเพียร เรื่องนี้ล้วนไม่ใส่ใจ เหตุใดครั้งนี้กลับยินดีลงมือ”
จิ๋งจิ่วกล่าว “บำเพ็ญเพียรต้องการสถานที่ที่เงียบสงบ ข้าทำเรื่องเหล่านี้ก็มิได้ต่างอะไรกับการที่หมีกำจัดภัยร้ายนอกถ้ำของมัน”
ชิงเอ๋อร์มองเขาพลางกล่าว