กตื้นตัน นางคุกเข่าลงไปกับพื้นด้วยร่างกายที่สั่นเทา พลางกล่าวว่า “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”
ภายในเรือนมหาบัณฑิตเงียบสงัด จากนั้นก็มีเสียงร่ำไห้ดังขึ้นมา
เสียงร่ำไห้เหล่านั้นมาจากลูกหลานของมหาบัณฑิตจาง แล้วก็เหล่าผู้ดูแลและคนรับใช้
ราชสำนักเข้าค้นในเรือนวันนี้ ภายในเรือนมหาบัณฑิตมีเสียงร่ำไห้ดังขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เพียงแต่เสียงร่ำไห้ในเวลานั้นคือความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและหวาดกลัว แต่เสียงร่ำภายในเวลานี้คือความรู้สึกยินดีที่รอดพ้นจากภยันตราย
ในบรรดาความผิดที่ราชสำนักเตรียมกล่าวหามหาบัณฑิต โทษที่หนักที่สุดและยากจะลบล้างออกได้ก็คือเรื่องที่เขากำเริบเสิบสานสั่งขังฝ่าบาท
วันนี้ฝ่าบาทเสด็จมายังเรือนมหาบัณฑิตด้วยตัวของพระองค์เอง ทั้งยังป่าวประกาศอย่างชัดเจน เช่นนี้ยังจะมีใครกล้าพูดอะไรอีก?
เจ้ากระทรวงจินคุกเข่าอยู่บนพื้น เมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าพลันเปลี่ยนทันที ในที่สุดก็ได้สติขึ้นมา
หากสถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ แผนการที่เขาและเหล่าขุนนางในราชสำนักเตรียมการเอาไว้ก็จะสูญเปล่า เขาไหนเลยจะยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้?
ต่อให้ฝ่าบาทมิใช่คนปัญญาอ่อน แต่การที่พระองค์ถูกขังอยู่ในวังมาเป็นเวลายี่สิบปี เกรงว่ากระทั่งขุนนางชั้นผู้ใหญ่สักคนก็คงจะไม่รู้จัก เช่นนั้นเขาจะไปมีอำนาจได้อย่างไร? ต่อให้ตายไปแล้วจะมีปัญหาอะไร?
พลังสายหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความทะเยอทะยานและความละโมบได้ผลักดันให้เจ้ากระทรวงจิน