ากข้าพเจ้าไม่ทัน….”
ฮ่องเต้ยังคงก้มศีรษะ กล่าวว่า “เจ้าช่วยข้าพเจ้าจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จ”
ต่อให้ฮ่องเต้ไม่ขอร้องเช่นนี้ เหอจานก็คิดจะทำเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะเดิมทีนี่ก็เป็นเรื่องที่เขาจะทำ
เขายอมทนรับการดูถูกและความเจ็บปวด เดินอยู่ในความมืดที่มองไม่เห็นแสงสว่างก็เพื่อจะจัดการแคว้นต่างๆ กลายเป็นผู้ปกครองใต้หล้า และได้รับกระถางสัมฤทธิ์ในท้ายที่สุด
เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ จู่ๆ พลันถามขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “นี่เป็นคำสั่งเสียหรือว่าฝากฝังลูก?”
ความแตกต่างของคำสั่งเสียและการฝากฝังลูกนั้นอยู่ที่คำว่าลูก
ภายในตำหนักเงียบสงัด
ขันทีและขุนนางออกไปหมดแล้ว
ฮ่องเต้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา มองดูเขาพลางกล่าวว่า “เจ้ายังคงไม่สนับสนุนการตัดสินใจของข้า?”
เมื่อหลายวันก่อนภายในแคว้นจ้าวได้เกิดเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งขึ้น
ฮ่องเต้ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีผู้สืบทอด จึงได้ตัดสินใจที่จะรับหลานจากในตระกูลคนหนึ่งมาเป็นลูกตนเอง
สุดท้ายหลังทำการเลือกไปเลือกมา ฮ่องเต้ก็ได้เลือกเด็กคนหนึ่งในเรือนเหอเจียนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเด็กที่มีสติปัญญาและความซื่อสัตย์
“กระหม่อมคัดค้านการตัดสินใจนี้มาโดยตลอด”
เหอจานกล่าวอย่างเรียบเฉย “เด็กนั่นคือลูกจิ้งจอกที่เลี้ยงไม่เชื่องพ่ะย่ะค่ะ”
เรื่องราวเกี่ยวพันถึงการสืบทอดราชบัลลังก์ ขันทีคนหนึ่งไม่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์และกล่าววาจาหยาบคายและสามหาวเช่นนี้
ทว่าฮ่องเต้กลับไม่โกรธ เขานิ่งเงียบไปครู่