มั่วกงเข้าใจความหมายของจิ๋งจิ่ว กล่าวว่า “วิถีต่างกัน”
อยู่ตรงหน้าธรรมวิถี แต่สุดท้ายกลับไม่อาจก้าวหนึ่งก้าวนั้นออกไปได้ นั่นเป็นเพราะเขาห่วงใยใต้หล้า นี่คือสิ่งที่เขายินยอมเสียสละ
จิ๋งจิ่วไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพียงแค่รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
แต่สำหรับมั่วกงแล้ว การที่จิ๋งจิ่วสามารถมองออกว่าเขาอยู่ห่างจากธรรมวิถีเพียงก้าวเดียวกลับแสดงให้เห็นถึงปัญหาอย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือปัญหาที่เขากังวลมาโดยตลอดก่อนหน้านี้
ฮ่องเต้ปัญญาอ่อนผู้โด่งดังผู้นี้มิใช่คนปัญญาอ่อนอย่างแน่นอน
“ในอดีตเส้าเยวี่ยเคยพูดถึงฝ่าบาทให้กระหม่อมฟัง กระหม่อมรู้สึกว่าเขาอธิบายไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร ตอนนี้ดูแล้ว ในตอนนั้นเขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าฝ่าบาททรงเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง”
มั่วกงมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าว “แต่เพื่อไพร่ฟ้าในใต้หล้า วันนี้คงต้องขอให้ฝ่าบาทตายจะดีกว่า”
ใต้หล้าคือสิ่งสำคัญ อาณาจักรมิสำคัญเท่า ราชายิ่งมิอาจสำคัญเท่า ดังนั้นท่านตายได้
คำพูดประโยคนี้ดูราบเรียบ แต่ความจริงแล้วกลับเป็นเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมา ยิ่งใหญ่พอที่จะถูกเขียนลงไปในหน้าประวัติศาสตร์ได้
จิ๋งจิ่วไม่มีปฏิกิริยาอะไร คล้ายไม่ได้ยิน
หลิ่วสือซุ่ยเองก็เช่นกัน
ถงเหยียนพลันรู้สึกแปลกๆ
ทุกอย่างอยู่ในการคาดการณ์ของเขา
ถึงแม้มหาบัณฑิตจางจะไม่คิดอยากเป็นฮ่องเต้ แต่การจะระงับความคลุ้มคลั่งภายในกลุ่มขุนนางนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาและกำลัง ยิ่งไปกว่านั้นทางชางโ