จวยังตระเตรียมเรื่องต่างๆ มามากมายเพื่อให้ราชสำนักไม่อยู่ว่าง มั่วกงเข้าวัง จิ๋งจิ่วไม่มีโอกาสที่จะรอดชีวิตออกไป เหตุใดตอนนี้เขาถึงยังใจเย็นได้ขนาดนี้?
สายตาของถงเหยียนมองไปบนกระดานหมากล้อม ทันใดนั้นพลันมองเห็นกลิ่นอายของความเป็นความตายมากมาย มือขวาพลันกุมมือจับรถเข็นเอาไว้แน่น
เขาเงยหน้าขึ้นมา จ้องมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าวว่า “เป็นไปไม่ได้!”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้”
ถงเหยียนนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าคิดจะฆ่าข้าตั้งแต่แรก ดูเหมือนเวลานี้จัวหรูซุ่ยก็น่าจะมาถึงแล้ว”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ใช้ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”
ถงเหยียนกล่าว “จัวหรูซุ่ยยอมเชื่อฟังเจ้า แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกก่อนหน้านี้ เขาเองก็เหมือนกัน สำนักชิงซานช่างร้ายกาจจริงๆ”
เขาคล้ายจะคาดเดาตัวตนขององครักษ์ที่เป็นศิษย์สำนักอู๋เอินเหมินผู้นั้นได้ เพียงแต่ไม่มีหลักฐาน
“การลืมมิใช่เป็นเพราะโลก หากแต่เป็นเพราะกำลังของเวลา”
จิ๋งจิ่วกล่าว “หากไม่สามารถสลัดเวลาทิ้งได้ ก็จะกลายเป็นทาสของเวลาไปตลอดกาล ศิษย์ชิงซานไม่มีทางเป็นทาส”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ มั่วกงคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขากล่าวว่า “สิ่งที่เรียกว่าความปรารถนาก็เป็นโซ่ตรวนเช่นกัน ควรจะถอดทิ้งเหมือนอย่างเสื้อผ้า”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ก็เป็นหลักการเดียวกัน”
มั่วกงมองไปทางศาลา พบว่าตัวเองมองถึงความตื้นลึกของฮ่องเต้หนุ่มผู้นี้ไม่