ออก เขาพลันกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไยต้องดึงดัน? บางทีวันนี้อาจจะมีจุดจบที่ดีกว่านี้”
สิ้นเสียงพูด ลมหนาวพลันม้วนเอาหิมะขึ้นมา เขาหายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่เดิม จากนั้นก็มาอยู่ในศาลา สองมือวางลงบนเก้าอี้เข็นของถงเหยียน
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าหลิ่วสือซุ่ยขึงขังขึ้นเล็กน้อย เขาค่อยๆ วางร่มในมือลง
สภาวะของอีกฝ่ายสูงส่งจริงๆ หากก่อนหน้านี้อีกฝ่ายลงมือกับฝ่าบาท เขาก็ไม่มีทางที่จะหยุดได้เลย
มั่วกงเข็นรถเข็นของถงเหยียนออกไปยังประตูวัง
ล้อรถบดทับไปบนหิมะ ส่งเสียงดังครึกๆ มิได้ฟังดูแย่
“พวกเจ้าล้มเลิกที่ฆ่าข้าได้ แต่ข้าไม่”
เสียงที่ราบเรียบของจิ๋งจิ่วดังขึ้นในศาลา
มั่วกงหยุดฝีเท้า
ถงเหยียนเลิกคิ้วขึ้นมา กล่าวว่า “มหาบัณฑิตไม่มีทางยอมให้เจ้าฆ่าข้า เขาเองก็เป็นคนที่ต้องการมีชื่อบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ เขาย่อมต้องสนใจเรื่องที่ว่าในหน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกเหตุการณ์ในวันนี้เอาไว้อย่างไรแน่”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่สนใจ”
ไม่ว่าจะเป็นบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์หรือความคิดของมหาบัณฑิต หรือว่าเรื่องอื่น เขาล้วนแต่ไม่สนใจ
ด้านนอกประตูวังพลันมีเสียงทึบๆ จำนวนมากดังขึ้นมา แล้วก็มีเสียงต่อสู้กัน
ขันทีของชางโจวที่แฝงตัวอยู่ในวังหลวงมาเป็นเวลาสิบกว่าปีนอนอยู่บนพื้นหิมะที่ถูกย้อมจนเป็นสีแดง
เสียงฝีเท้าทึบๆ ดังขึ้นมา ไม่รู้ว่ามีองครักษ์และราชองครักษ์จำนวนมากน้อยเท่าไรที่ล้อมตำหนักเอาไว้ จากนั้นเสียงเปิดประต