ูก็ดังขึ้นมา
“ฝ่าบาท ด้านนอกวังสงบลงแล้วพ่ะย่ะค่ะ ขอพระองค์ทรงใจเย็นก่อน ให้กระหม่อมได้พูดกล่อมมั่วกงให้ออกไปจากวังนะพ่ะย่ะค่ะ!”
ด้านนอกวังมีเสียงแก่ชราและร้อนใจของมหาบัณฑิตจางดังขึ้นมา
มั่วกงเหลียวหน้ากลับไปมองจิ๋งจิ่วที่อยู่ในศาลา
จิ๋่งจิ่วไม่ได้พูดอะไร
มหาบัณฑิตจางที่อยู่ด้านนอกประตูตะโกนเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง “ขอฝ่าบาททรงไต่ตรองด้วย! ขอมั่วกงโปรดไตร่ตรองด้วย!”
ถงเหยียนมองดูประตูวังที่อยู่ไม่ไกลพลางกล่าวว่า “เขาไม่มีทางปล่อยให้เจ้าฆ่าข้า เจ้าเองก็ฆ่าข้าไม่ได้ หากข้าตาย จิ้งอ๋องจะพากองทัพไปสวามิภักดิ์กับแคว้นฉิน ทรัพยากรและกำลังคนที่ข้าเตรียมมายี่สิบปีจะถูกเอาไปมอบให้ไป๋เชียนจวิน เมื่อถึงตอนนั้นก็จะไม่มีใครหยุดเขาได้อีก เจ้ามีแต่ต้องยอมแพ้เท่านั้น”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าเคยบอกแล้ว ข้าไม่สนใจ”
ถงเหยียนกล่าว “ต่อให้เจ้าเอาชนะบนกระดานได้ ฆ่าข้าได้ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร? สุดท้ายคนที่ชนะบนกระดานใต้หล้าก็ยังเป็นข้า?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าประเมินความสำคัญของตัวเองต่ำเกินไป การตัดสินแพ้ชนะสุดท้ายของการแสวงมรรคาครั้งนี้อยู่ที่เจ้ากับข้า อยู่ที่ใต้ศาลา ไม่ได้อยู่ที่ใต้หล้า”
ถงเหยียนนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ กล่าวว่า “ถูกเจ้าวิจารณ์เช่นนี้ กระทั่งข้าก็ยังรู้สึกภูมิใจ แต่ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้าถึงให้ความสำคัญกับข้าขนาดนี้”
“เจ้าเข้าใจ ต่อให้ก่อนหน้านี้ไม่เข้าใจ เวลานี้ก็น่าจะเข้าใจแล้ว ไม่อย่างนั้นเห