นกชิงเหนี่ยวมองจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ไม่ต้องมองข้า ไม่เกี่ยวกับข้า”
ถงเหยียนมองนกชิงเหนี่ยว
นกชิงเหนี่ยวพูดภาษามนุษย์ออกมา “ไม่ต้องมองข้า ไม่เกี่ยวกับข้า”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ แม้แต่จิ๋งจิ่วก็ยังมองไปทางนกชิงเหนี่ยว
ที่นี่คือดินแดนแห่งความฝันที่อยู่ในคันฉ่องฟ้ากระจ่าง ทุกสรรพสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกับเจ้า
นกชิงเหนี่ยวกล่าวว่า “ข้าเป็นดวงจิตคันฉ่อง มิใช่กฎ”
คำพูดประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้ง นางไม่ได้อธิบายทั้งหมด ทิ้งเอาไว้ให้จิ๋งจิ่วและถงเหยียนครุ่นคิด
จิ๋งจิ่วไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้ เขากล่าวกับถงเหยียนว่า “ต่อ”
ไม่ว่าจะเป็นการทำลายทัณฑ์สวรรค์หรือว่าผ่านทัณฑ์สวรรค์ เผชิญหน้าหรือว่าล้มเลิก นั่นล้วนแต่เป็นการตัดสินใจของมั่วกง
ตอนที่เขาวางหมากสีดำก่อนหน้านี้ บนท้องฟ้าก็มีสายฟ้าฟาดลงมาสายหนึ่ง ในตอนนี้ถึงตาถงเหยียนแล้ว
ถงเหยียนมองเข้าไปในส่วนลึกของพายุหิมะ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้สามนิ้วคีบหมากสีขาวเม็ดหนึ่งวางลงไปบนกระดาน
นกชิงเหนี่ยวเดินไปบนกระดานหมากล้อม ใช้อุ้งเท้าขวาเขี่ยหมากสีขาวเม็ดนั้น ทำให้ตำแหน่งของมันตรงขึ้นกว่าเดิม ก่อนกล่าวต่อว่า “ทำไมถึงยังโง่เหมือนตอนเด็กๆ อีก?”
ถงเหยียนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “หากข้าโง่ แล้วเจ้าเรียกอะไร?”
เห็นได้ชัดว่าถงเหยียนกับนกชิงเหนี่ยวรู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีด้วย จิ๋งจิ่วมิได้สนใจ หยิบหมา