่มีเสียงใดๆ แต่คนที่กำลังชมอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงกลับคล้ายได้ยินเสียงฟ้าคำราม
หลังจากนั้น ถงเหยียนใช้นิ้วสามนิ้วคีบหมากสีดำขึ้นมาเม็ดหนึ่ง จากนั้นวางลงไปบนกระดานอย่างสบายๆ
หมากเพียงแค่สามตัวย่อมไม่อาจถือว่ายอดเยี่ยมอะไรได้ การเคลื่นไหวเองก็เรียบง่ายสบายๆ แต่กลับทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านนอกหุบเขาหุยอินต่างรู้สึกว่าไม่เสียทีที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้
การประลองหมากล้อมของจิ๋งจิ่วและถงเหยียนกระดานนั้นเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว รายละเอียดทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนเขาฉีผานครั้งนั้นไม่รู้ว่าถูกพูดถึงกี่ครั้ง
ทุกคนจำได้ดีว่าวิธีการวางหมากของจิ๋งจิ่วเป็นเช่นนี้ แล้วก็จำได้ถึงท่าทางในการวางหมากของจิ๋งจิ่ว ต่างก็ไม่ได้เห็นมานานแล้ว
เชวี่ยเหนียงยืนสองมือกอดอก จ้องมองภาพที่อยู่บนท้องฟ้า ดวงตาไม่กระพริบ เผยให้เห็นประกายที่อยู่ในดวงตา
เซี่ยงหว่านซูมองดูท่าทางที่ตื่นเต้นและเฝ้ารอคอยของนาง มุมปากยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
จู่ๆ เชวี่ยเหนียงพลันมีสีหน้างุนงง กล่าวว่า “นี่มันอะไรกัน?”
เซี่ยงหว่านซูตกใจเล็กน้อย มองไปบนท้องฟ้า
หลังจากนั้นก็มีเสียงอุทานไม่เข้าใจดังขึ้นมา
มิได้เป็ฯเพราะในตาที่สี่จิ๋งจิ่วเดินหมากแปลกๆ ที่ไม่มีใครมองออก หากแต่เป็นเพราะว่าจู่ๆ ภาพที่อยู่บนท้องฟ้าก็ดูเลือนรางขึ้นมา ไหนเลยยังจะมองเห็นกระดานหมากล้อมนั้นอีก
นกชิงเหนี่ยวดึงสายตากลับมา ภาพที่ดูเลือนรางค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมา เป็นใบหน้าใบหน้าหนึ่ง
คนผู