วว่า “หอมจริงๆ”
……
……
วันที่สองเหอจานเข้าไปในเรือนของขันทีชราแซ่หงอีกครั้ง
ฤดูร้อนผ่านไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องโบกพัดอีก หากอยากจะได้ตำแหน่งหน้าที่ที่ดีแบบนี้ ก็จำต้องใช้ความพยายามมากกว่านี้
รอยบวมแดงบนใบหน้าเป็นเพียงค่าตอบแทนเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งที่มีประโยชน์จริงๆ ก็คือป้ายหยกที่รัชทายาทมอบให้แก่เขาเมื่อคืนนี้
ขอเพียงรัชทายาทยังอยู่ ป้ายหยกก็จะมีบ่อยๆ เค้าไม่ได้รู้สึกหวงแหนอะไร
เขาเก็บกวาดเรือนจนสะอาด จากนั้นเข้าไปในห้อง คุกเข่าอยู่ตรงหน้าขันทีชราแซ่หง
ขันทีชราแซ่หงพบว่าเป็นเด็กน้อยผู้นี้ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย กล่าวถามว่า “ได้คำตอบแล้วหรือ?”
คำถามนั่นก็คือ ‘ทำไมล่ะ’
เหอจานกล่าวว่า “เมื่อคืนนี้ ข้ากินปลาย่างกับองค์รัชทายาทขอรับ”
ในดวงตาอันขุ่นมัวของขันทีชราแซ่หงเป็นประกายขึ้นมา หัวเราะเสียงดังพลางกล่าวว่า “ไม่เลว! ไม่เลว!”
……
……
เมื่อมีนกชิงเหนี่ยวคอยจับตาดู ผู้คนที่อยู่ด้านนอกหุบเขาหุยอินก็ย่อมต้องได้เห็นเรื่องราวอันยอดเยี่ยมที่อยู่ในดินแดนแห่งความฝันเหล่านั้น
เมื่อได้เห็นภาพขันทีชราแซ่หงเริ่มสอนวิชาให้แก่เหอจาน จากนั้นคิดถึงชีวิตอันน่าเศร้าของเขาในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ผู้คนก็อดรู้สึกทอดถอนใจมิได้
ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งพลันมีเสียงตบมือดังขึ้นมา
คนที่ตบมือคือเซ่อเซ่อ ภายในปากยังมีปลาแห้งอยู่ ดูคล้ายอสูรทะเลตัวเล็กน่ารักที่อยู่ริมทะเลตะวันตกเหล่านั้น
“นั่งจนเหนื่อยแล้ว ข้าจะไปเดินเล่นท