บการวิเคราะห์ของเขา
“เมืองเป่ยไห่มั่นคง กองทัพเองก็แข็งแกร่ง บุตรชายของเจ้าเมืองถูกยกย่องว่าเป็นเทพแห่งการต่อสู้ ตอนนี้มีองค์หญิงอยู่ในมือ หรือพวกเขาจะไม่คิดอะไรเลยแม้แต่น้อย?”
ถงเหยียนรู้ถึงสถานะของเทพแห่งการต่อสู้ผู้นั้น ความจริงในช่วงเวลาสองปีนี้ เขากับเมืองเป่ยไห่มีการส่งจดหมายอย่างลับๆ ไปมาหากันอยู่
“เจ้าเมืองเป่ยไห่ขี้ขลาด อีกทั้งสภาพอากาศยังหนาวเย็น พืชผลไม่อุดมสมบูรณ์ ยากจะตัดสินใจได้”
เขาครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “คิดหาวิธีให้แคว้นฉีสนับสนุนพวกเขา นอกจากนี้ขอให้ท่านพ่อส่งสายลับออกไปปล่อยข่าวลือในเมืองเสียนหยาง บางทีอาจจะพอได้ผลอะไรบ้างขอรับ”
จิ้งอ๋องกล่าวอย่างยินดี “แผนการของลูกข้าช่างวิเศษนัก”
ถงเหยียนคิดในใจนี่มันใช่แผนการอะไรที่ไหนกัน แต่เขาไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ต่อ จึงถามว่า “ท่านพ่อคิดว่าแคว้นจ้าวเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
จิ้งอ๋องล่าวอย่างดูถูก “ฮ่องเต้เลอะเลือนผู้นั้นดูยังไงก็ยังไม่ตาย แคว้นจ้าวยังต้องทนทุกข์ต่อไป เมื่อไรเขาตาย เกรงว่าแคว้นจ้าวก็ต้องล่มสลายตามไปด้วย”
……
……
ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่ปี ห้าแคว้นใหญ่ก็มีฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ไปถึงสองพระองค์ แล้วก็มีฮ่องเต้พระองค์ใหม่สองพระองค์
ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นฉินขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้าย ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นฉู่นอกจากโง่เขลาแล้วก็ยังมีฉายาใหม่ว่าราชาเลอะเลือน
แต่ถ้าจะพูดถึงราชาที่เลอะเลือนจริงๆ ก็ต้องพูดฮ่อง